Page 84 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 84
79
ที่ถือบัตรประจำาตัวบุคคลบนพื้นที่สูง จำานวน ๒๑ คน ที่ทำางานอยู่ในสถานบริการ
อาบอบนวดแห่งหนึ่ง และส่งฟ้องต่อศาลแขวงพระนครเหนือในฐานความผิดเป็นคนต่างด้าว
ไม่ทำางานตามประเภทหรือลักษณะงานที่ได้รับอนุญาต และฐานความผิดเข้าไปมั่วสุม
ในสถานการค้าประเวณี เพื่อประโยชน์ในการค้าประเวณีของตนเองหรือผู้อื่น หญิงทั้งหมด รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ให้การรับสารภาพ ศาลจึงมีคำาพิพากษาลงโทษปรับคนละ ๔,๕๐๐ บาท และหญิงทั้งหมด
ได้ชำาระค่าปรับแล้ว จากนั้นผู้ร้องพร้อมญาติของหญิงต่างด้าวและหญิงที่ถือบัตรประจำาตัว ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
บุคคลบนพื้นที่สูงรายอื่น ๆ ได้ไปขอรับตัวจากสถานกักตัวคนต่างด้าวของสำานักงาน
ตรวจคนเข้าเมือง (ผู้ถูกร้องที่ ๒) แต่เจ้าหน้าที่แจ้งว่าไม่สามารถปล่อยตัวได้เนื่องจาก
พนักงานสอบสวน สถานีตำารวจนครบาล ก. (ผู้ถูกร้องที่ ๑) ได้ขอให้กักตัวไว้ก่อน ต่อมาญาติ
ของหญิงต่างด้าวและหญิงที่ถือบัตรประจำาตัวบุคคลบนพื้นที่สูงบางคน ได้ยื่นหลักทรัพย์
ขอปล่อยชั่วคราวต่อผู้ถูกร้องที่ ๒ แต่จนถึงวันที่ยื่นคำาร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติ (เมื่อวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๙) ก็ยังไม่ได้รับการปล่อยชั่วคราว รวมถึงไม่ได้รับ
คำาชี้แจงถึงเหตุผลในการกักตัวไว้แต่อย่างใด ผู้ร้องจึงขอให้ช่วยเหลือหญิงต่างด้าวและ
หญิงที่ถือบัตรประจำาตัวบุคคลบนพื้นที่สูงทั้งหมด ให้ได้รับการปล่อยตัวเป็นการเร่งด่วน
และขอให้เยียวยาความเสียหายจากการกระทำาดังกล่าวด้วย
มาตรการ/ ๑. ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ควรดำาเนินการดังนี้
แนวทางการแก้ไข - ควรพิจารณาจัดหามาตรการในการดูแลคนต่างด้าวที่จะมาเป็นพยานในคดีค้ามนุษย์
ให้มีความเป็นอยู่ที่เหมาะสมในฐานะพยาน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในกรณีที่พยานเป็นผู้หญิง
โดยสำานักงานตำารวจแห่งชาติจะต้องจัดให้มีมาตรการพิเศษเพื่อรองรับบุคคลต่างด้าว
ดังกล่าว เช่น การจัดให้มีเจ้าหน้าที่ตำารวจหญิงทั้งจากสถานีตำารวจนครบาลและสำานักงาน
ตรวจคนเข้าเมือง รวมถึงการจัดให้มีนักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ในการให้คำาแนะนำา บทที่
2
แก่ผู้เป็นพยานในคดีการค้ามนุษย์ รวมถึงควรจัดให้มีการอบรมเพื่อพัฒนาองค์ความรู้ให้แก่
เจ้าหน้าที่ทั้งชายและหญิงในประเด็นเรื่องความอ่อนไหวทางเพศสภาพด้วย
- ควรจัดอบรมให้ความรู้แก่เจ้าหน้าที่ตำารวจในเรื่องเกี่ยวกับ พ.ร.บ. ป้องกันและ
ปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้ตระหนักถึงเจตนารมณ์ที่แท้จริง
ของกฎหมายฉบับนี้ และเพื่อให้เจ้าหน้าที่ได้มีความเข้าใจในบทบาทของตนเอง อันจะส่งผล
เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานด้านการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์
ของเจ้าหน้าที่มากยิ่งขึ้น
๒. ในระหว่างรอการให้การในฐานะพยาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่ว่าจะเป็นกระทรวง
มหาดไทย กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงยุติธรรม หรือ
สำานักงานตำารวจแห่งชาติ ควรพิจารณานำาประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การอนุญาตให้ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 256๐ มาตรา 2๔๗
คนต่างด้าวซึ่งเป็นพยานที่สืบพยานก่อนการฟ้องคดีหรือระหว่างการดำาเนินคดีกับผู้กระทำา ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ความผิดตาม พ.ร.บ. ป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ พ.ศ. ๒๕๕๑ อยู่ในราชอาณาจักร
เป็นกรณีพิเศษมาใช้บังคับ เพื่ออำานวยการให้คนต่างด้าวที่ประสงค์จะทำางาน ได้มีอาชีพ
ในระหว่างที่เป็นพยาน ซึ่งจะถือเป็นการตอบแทนคนต่างด้าวที่ได้ช่วยเหลือให้การ
ดำาเนินการขจัดปัญหาการค้ามนุษย์ประสบผลสำาเร็จลงได้อีกทางหนึ่งด้วย
๓. หน่วยงานภาครัฐที่มีอำานาจหน้าที่ในการบังคับใช้กฎหมาย ได้แก่ กรมการปกครอง
กระทรวงมหาดไทย สำานักงานตำารวจแห่งชาติ กรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำานักงานอัยการ

