Page 82 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 82
77
๒. กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ กระทรวงยุติธรรม แจ้งผลการดำาเนินการว่า อำานาจ
ในการควบคุมผู้ถูกจับในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดได้มีการกำาหนดแนวปฏิบัติของ
เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ไว้ ตามระเบียบคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
ว่าด้วยการแต่งตั้งการปฏิบัติหน้าที่และการกำากับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ป.ป.ส. พ.ศ. ๒๕๔๕ โดยสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาในคดีความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด
ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ให้ใช้สถานที่ทำาการของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ซึ่งเป็นสถานที่ราชการ ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
ที่ปฏิบัติงานของข้าราชการตามปกติ รวมถึงสถานที่อื่น ๆ ที่หน่วยงานราชการเป็นผู้เช่า
เพื่อใช้เป็นสถานที่ปฏิบัติงานของข้าราชการ ไม่สามารถใช้สถานที่อื่นที่ไม่ใช่สถานที่ราชการ
ปฏิบัติงานของข้าราชการเป็นสถานที่ควบคุมตัวผู้ต้องหาได้โดย สำานักงาน ป.ป.ส. ได้มี
นโยบายดำาเนินการกับเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติทางกฎหมาย
และระเบียบฯ ปฏิบัติต่าง ๆ ที่กำาหนดไว้โดยเคร่งครัด หากพบว่ามีเจ้าพนักงาน ป.ป.ส.
กระทำาผิดกฎหมายหรือฝ่าฝืนระเบียบฯ จะดำาเนินการยกเลิกการแต่งตั้งเป็นเจ้าพนักงาน
ป.ป.ส. ทุกรายและสำาหรับกรณีเจ้าหน้าที่ตำารวจชุดจับกุมได้ใช้อำานาจหน้าที่ตามที่ได้มี
การร้องเรียนนั้น สำานักงาน ป.ป.ส. ได้ดำาเนินการตรวจสอบรายงานข้อเท็จจริง บันทึก
การจับกุมประกอบกับรายงานผลการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนแล้ว และ
เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดได้มีคำาสั่งยกเลิกการเป็น
เจ้าพนักงาน ป.ป.ส. แล้ว โดยมีผลตั้งแต่วันที่ ๓๐ มีนาคม ๒๕๖๑ ทั้งนี้ รัฐมนตรีว่าการ
กระทรวงยุติธรรม สั่งการให้มีการพิจารณาร่วมกันระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้
เกิดความเหมาะสมในการป้องกัน หรือแก้ไขการละเมิดสิทธิมนุษยชน กรณีที่กล่าวอ้างว่า
มีการซ้อมทรมานผู้ต้องหาเพื่อให้รับสารภาพ กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพได้นำากรณี
ดังกล่าวเข้าสู่การพิจารณาในคราวการประชุมคณะอนุกรรมการติดตามและตรวจสอบ บทที่
2
กรณีถูกกระทำาทรมานและถูกบังคับให้หายสาบสูญ ครั้งที่ ๑/๒๕๖๑ เมื่อวันที่ ๓ เมษายน
๒๕๖๑ โดยที่ประชุมได้มีมติมอบหมายให้กรมสอบสวนคดีพิเศษพิจารณาดำาเนินการติดตาม
ตรวจสอบข้อเท็จจริงเพิ่มเติม
๑๓. กรณีกล่าวอ้างว่าคนกรีดยางรายย่อยไม่ได้รับอนุญาตให้ขึ้นทะเบียนเป็นเกษตรกร
ชาวสวนยางตามพระราชบัญญัติการยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘
เรื่อง
ความเป็นมา : ผู้ร้องเป็นคนกรีดยางรายย่อยในพื้นที่จังหวัดภาคใต้กล่าวอ้างว่าได้รับความ
เดือดร้อนเนื่องจากได้ไปติดต่อแจ้งความจำานงขอขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยางที่
สำานักงานของการยางแห่งประเทศไทยสาขาต่าง ๆ แต่ปรากฏว่าการยางแห่งประเทศไทย ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 256๐ มาตรา 2๔๗
ไม่รับขึ้นทะเบียน โดยให้เหตุผลว่าผู้ร้องไม่มีเอกสารแสดงกรรมสิทธิ์หรือเอกสารรับรอง
เกี่ยวกับที่ดินมายื่นประกอบการพิจารณาตามที่ประกาศคณะกรรมการการยาง ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
แห่งประเทศไทยเรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชาวสวนยาง
พ.ศ. ๒๕๕๘ กำาหนด ผู้ร้องเห็นว่าประกาศดังกล่าวกำาหนดคุณสมบัติที่จำากัดสิทธิเกษตรกร
ไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของ พ.ร.บ. การยางแห่งประเทศไทย พ.ศ. ๒๕๕๘ ทำาให้ผู้ร้อง
ต้องเสียสิทธิประโยชน์ที่จะได้รับ

