Page 80 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 80
75
จำานวน ๔,๗๓๓ ครั้ง ทั้งนี้ การสืบพยานทางไกลผ่านจอภาพในแต่ละคดีศาลไม่สามารถ
สั่งให้ดำาเนินการเองได้ จำาเป็นต้องมีการร้องขอจากคู่ความในคดีและได้รับความยินยอม
จากคู่ความคดีทั้งสองฝ่าย ซึ่งเป็นไปตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา
๑๐๓/๑ และข้อกำาหนดของประธานศาลฎีกาว่าด้วยแนวทางการนำาสืบพยานหลักฐาน รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
และการสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาลโดยระบบการประชุมทางจอภาพ พ.ศ. ๒๕๕๖
หมวด ๓ การสืบพยานบุคคลที่อยู่นอกศาลโดยระบบประชุมทางจอภาพ ส่วนกรณี ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
การปล่อยตัวชั่วคราว ได้มีการจัดทำาโครงการพัฒนาระบบประเมินความเสี่ยงและการ
กำากับดูแลในชั้นปล่อยตัวชั่วคราว และโครงการเช่าอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อใช้สำาหรับ
ตรวจสอบหรือจำากัดการเดินทางของบุคคลไปใช้ในการปล่อยตัวชั่วคราว และโครงการ
จัดหาระบบบันทึกคำาพยานด้วยภาพและเสียงในห้องพิจารณาคดี โดยเริ่มดำาเนินการติดตั้ง
ในห้องพิจารณาคดีภายในปีงบประมาณ ๒๕๖๑ จำานวน ๑๓๘ ศาล ๒๖๘ ห้อง และจะ
ประเมินผลเพื่อขยายโครงการให้ครบทุกศาลทั่วประเทศ สำาหรับประเด็นการเชื่อมโยง
แลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม อยู่ระหว่างการดำาเนินโครงการ
เพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลระหว่างศาลทุกจังหวัดและศาลแขวงทั่วประเทศ ซึ่งคาดว่าจะ
แล้วเสร็จในปีงบประมาณ ๒๕๖๒
๑๑. กรณีกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ต�ารวจชุดจับกุมปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบด้วยกฎหมาย
ความเป็นมา : ผู้ร้องกล่าวอ้างว่าบุตรชายของผู้ร้องถูกเจ้าหน้าที่ตำารวจสถานีตำารวจภูธร ก.
เรื่อง
(ผู้ถูกร้อง) จับกุมเมื่อวันที่ ๑๑ ตุลาคม ๒๕๕๗ ในข้อหามียาเสพติดให้โทษในประเภท ๑ ไว้ใน
ความครอบครองเพื่อจำาหน่ายโดยผิดกฎหมาย ระหว่างการจับกุมได้เกิดอุบัติเหตุเป็นเหตุให้
บุตรชายของผู้ร้องได้รับบาดเจ็บ โดยในขั้นตอนการจับกุมและการดำาเนินคดีของเจ้าหน้าที่ บทที่
2
ตำารวจ พบว่า มีการดำาเนินการที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ได้แก่ ผู้ถูกร้องไม่ส่งตัวบุตรของผู้ร้องที่
ได้รับบาดเจ็บไปยังโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่ตำารวจส่งรายงานผลการจับกุมและการดำาเนินคดี
ไปยังสำานักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดล่าช้า ประกอบกับผู้ร้อง
มีข้อสงสัยในขั้นตอนการจับกุมเหตุใดผู้ถูกร้องไม่จับกุมบุตรชายของผู้ร้องทันที
กลับปล่อยเวลาให้ล่วงเลยกว่า ๒ เดือน และลายมือชื่อที่ปรากฏในพยานหลักฐานอาจไม่ใช่
ลายมือชื่อของบุตรชายของผู้ร้อง
มาตรการ/ ให้ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ กำาชับเจ้าหน้าที่ตำารวจชุดจับกุมและพนักงานสอบสวน
แนวทางการแก้ไข ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยคำานึงถึงสิทธิของผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาตามที่ประมวลกฎหมายวิธี
พิจารณาความอาญาบัญญัติไว้ โดยเฉพาะการส่งตัวผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาไปรับการรักษา ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 256๐ มาตรา 2๔๗
พยาบาลทันทีเมื่อพบว่าผู้ถูกจับหรือผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บ ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
การด�าเนินการของ ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ได้มีหนังสือไปยังผู้บัญชาการตำารวจภูธรภาค ๑ ให้กำาชับ
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เจ้าหน้าที่ตำารวจชุดจับกุมและพนักงานสอบสวนให้ปฏิบัติหน้าที่โดยคำานึงถึงสิทธิของ
ผู้ต้องหา ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา โดยเฉพาะการส่งตัวผู้ถูกจับหรือ
ผู้ต้องหาไปรับการรักษาพยาบาลทันทีเมื่อได้รับบาดเจ็บ

