Page 79 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 79
74
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ พนักงานสอบสวนทราบเหตุดังกล่าวแล้วจะต้องรีบสอบสวนตามกระบวนการให้เสร็จสิ้น
แล้วส่งสำานวนการสอบสวนให้พนักงานอัยการโดยเร็ว และหากปรากฏว่าคดีที่ผู้ต้องหา
รายนั้นถูกคุมขังอยู่เสร็จสิ้นคดีในศาลชั้นต้นแล้ว ให้เรือนจำาหรือทัณฑสถานนั้น ๆ แจ้ง
พนักงานสอบสวนเพื่อส่งสำานวนการสอบสวนไปยังพนักงานอัยการ พร้อมกับประสานกับ
ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
กรมราชทัณฑ์ เพื่อขอโอนตัวผู้ต้องขังจากเรือนจำาหรือทัณฑสถานที่ผู้ต้องขังรายนั้น
ถูกคุมขังอยู่ ไปควบคุมยังเรือนจำาที่มีเขตอำานาจเหนือท้องที่ที่ความผิดเกิด เพื่อที่พนักงาน
อัยการจะได้ยื่นฟ้องต่อศาลต่อไป โดยไม่ต้องรอให้คดีใกล้จะขาดอายุความ
๒. คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ควรประสานงานกับส�านักงาน
ศาลยุติธรรม ให้นำาระบบการถ่ายทอดภาพและเสียงในลักษณะการประชุมทางจอภาพ
มาใช้กับกระบวนพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมที่ต้องรับฟังคำาเบิกความของพยานที่ศาลอื่น
หรือสถานที่ทำาการของทางราชการหรือสถานที่แห่งอื่นให้มากขึ้น ทั้งนี้ เพื่อให้มาตรการ
ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๓๐/๑ มีผลในทางปฏิบัติ อันจะ
สามารถแก้ไขข้อขัดข้องปัญหาในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังที่มีการอายัดตามรายงานฉบับนี้
และเพื่อให้การพิจารณาคดีของศาลยุติธรรมเสร็จสิ้นไปโดยเร็ว
๓. คณะกรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ ควรดำาเนินการประสานงาน
ระหว่างหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะกระทรวงยุติธรรมในฐานะผู้รับผิดชอบ
โครงการพัฒนากระบวนการยุติธรรมอิเล็กทรอนิกส์ (National Single Window
on Justice-NSWJ) ให้เร่งรัดหน่วยงานในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดดำาเนินการ
เชื่อมโยงแลกเปลี่ยนข้อมูลสารสนเทศในกระบวนการยุติธรรมเพื่อนำามาใช้สำาหรับ
แก้ไขปัญหาการปฏิบัติกับผู้ต้องขังที่มีการอายัดในชั้นสอบสวนได้มากยิ่งขึ้น
การด�าเนินการของ ๑. ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ แจ้งว่าได้มีบันทึกข้อตกลงว่าด้วยการย้ายผู้ต้องขังไป
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ดำาเนินคดีในเขตอำานาจศาลอื่นระหว่างกรมราชทัณฑ์กับสำานักงานตำารวจแห่งชาติ ลงวันที่
๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ และมีหนังสือแจ้งเวียนกำาชับไปยังหน่วยงานที่สังกัด ตามหนังสือ
ที่ ตร ๐๐๑๑.๒๔/๑๗๔๗ ลงวันที่ ๑๗ พฤษภาคม ๒๕๖๐ ให้ปฏิบัติต่อผู้ต้องขังตามบันทึก
ข้อตกลงดังกล่าวอย่างเคร่งครัด
๒. ส�านักงานกิจการยุติธรรม แจ้งว่า ได้นำาข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน
แห่งชาติที่เสนอต่อคณะอนุกรรมการพัฒนาเทคโนโลยีสารสนเทศกระบวนการยุติธรรม
ไปพิจารณา และต่อมาสำานักงานกิจการยุติธรรมในฐานะฝ่ายเลขานุการคณะกรรมการ
พัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ (กพยช.) ได้นำาเรียนประธาน กพยช. เพื่อเห็นชอบ
ผลการดำาเนินการ สรุปสาระสำาคัญได้คือ ศาลยุติธรรมได้นำาระบบสื่อสารทางไกลผ่านภาพ
มาใช้ในการสืบพยาน โดยสำานักงานศาลยุติธรรมได้จัดสรรระบบสื่อสารทางไกลผ่านจอภาพ
ให้แก่ศาลยุติธรรมครบทุกศาลทั่วประเทศแล้ว ซึ่งเริ่มดำาเนินการมาตั้งแต่ปีงบประมาณ
๒๕๕๓ เพื่อสนับสนุนภารกิจการสืบพยานทางไกลผ่านจอภาพ การผัดฟ้องฝากขัง การอ่าน
คำาพิพากษา และอื่น ๆ พร้อมทั้งได้มีการออกข้อกำาหนดและข้อบังคับประธาน
ศาลฎีกาเพื่อรองรับการใช้งานตามภารกิจดังกล่าว สถิติการใช้งานระบบสื่อสารทางไกล
ผ่านจอภาพในส่วนของการสืบพยาน ตั้งแต่เดือนมกราคม ๒๕๕๙-กรกฎาคม ๒๕๖๐

