Page 55 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 55

50                            นาฬิกา ผู้เสียหายที่ ๒ ได้ชักชวนผู้เสียหายที่ ๑ ให้ขับรถยนต์เพื่อไปติดต่อซื้อขายทุเรียนกับ



      รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  ผู้เสียหายที่ ๓ เมื่อถึงตำาบลลำาแก่น อำาเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา ได้มีรถยนต์ ๒ ถึง




                                   ๓ คัน ขับแซงขึ้นมา มีชายวัยกลางคนลงมาจากรถยนต์และได้ใช้ปืนเล็งมาที่ผู้เสียหายที่ ๒
                                   จากนั้นได้ควบคุมตัวผู้เสียหายที่ ๒ ไปที่ห้องพักโรงแรมแห่งหนึ่ง แล้วจับมัดมือไว้ด้านหลัง
        ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
                                   เอาถุงดำาคลุมศีรษะ และทำาร้ายร่างกายด้วยการเตะ ต่อย กระทืบ จนผู้เสียหายที่ ๒
                                   หมดสติไป ต่อมากลุ่มชายเหล่านั้นได้จับกุมผู้เสียหายที่ ๑ และพามายังห้องพักที่โรงแรม
                                   ดังกล่าว สังเกตพบว่าผู้เสียหายที่ ๑ ถูกทำาร้ายเช่นเดียวกัน และจากการค้นตัวผู้เสียหาย
                                   ที่ ๑ และที่ ๒ ก็ไม่พบว่ามียาเสพติดหรือสิ่งผิดกฎหมายแต่อย่างใด ต่อมากลุ่มชายดังกล่าว
                                   ได้บังคับให้ผู้เสียหายที่ ๒ ติดต่อล่อซื้อยาเสพติดให้เพิ่มเติม แล้วนำาตัวผู้เสียหายที่ ๑
                                   และที่ ๒ ไปคุมขังที่สถานีตำารวจภูธร ก. (ผู้ถูกร้องที่ ๑) และได้ซ้อมทรมานเพื่อให้รับสารภาพ

                                   บังคับให้ลงลายมือชื่อในบันทึกการจับกุม ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า ผู้ถูกร้องทั้งสองได้ไปที่บ้าน
                                   ของผู้เสียหายที่ ๓ เข้าค้นบ้านและเรียกรับเงินจากผู้เสียหายที่ ๓ จำานวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท
                                   รวมทั้งทำาร้ายร่างกายสามีของผู้เสียหายที่ ๓ ด้วย อีกทั้ง เมื่อตอนนำาตัวผู้เสียหายทั้งสาม
                                   ไปคุมขังที่เรือนจำาจังหวัดนั้น เจ้าหน้าที่เรือนจำาแจ้งกับผู้ร้องว่า เจ้าหน้าที่ตำารวจชุดจับกุม
                                   สถานีตำารวจภูธร ก. สั่งห้ามไม่ให้เจ้าหน้าที่เรือนจำาตรวจบาดแผลของผู้เสียหายทั้งสาม

                                   ผู้ร้องเห็นว่าการกระทำาของเจ้าหน้าที่ตำารวจชุดจับกุม สถานีตำารวจภูธร ก. ไม่ชอบด้วย
                                   กฎหมาย ทำาให้ได้รับความเดือดร้อนเสียหาย


                     มาตรการ/      ๑.  ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ควรดำาเนินการตามกฎหมายและระเบียบกับเจ้าหน้าที่
                 แนวทางการแก้ไข    ตำารวจ สถานีตำารวจภูธร ก. และสถานีตำารวจภูธร ข. (ผู้ถูกร้องที่ ๑ และ ๒) ซึ่งกระทำาการ
                                   อันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน รวมถึงพนักงานสอบสวน สถานีตำารวจภูธร ข. ที่ละเลย

                                   การกระทำาอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน ตามคำาร้องนี้
                                   ๒.  ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ควรกำาชับเจ้าหน้าที่ตำารวจให้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกรอบ
                                   ของกฎหมายโดยคำานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมถึงเพิ่มมาตรการที่เหมาะสม

                                   เพื่อป้องกันมิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในลักษณะนี้เกิดขึ้นอีกในอนาคต
                                   ๓.  ส�านักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ส�านักงาน ป.ป.ส.)
                                   ควรดำาเนินการตามอำานาจหน้าที่กับเจ้าหน้าที่ตำารวจตามคำาร้องนี้ (ผู้ถูกร้องทั้งสอง)
                                   ในฐานะเป็นเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. ที่ทำาการควบคุมตัวผู้ถูกจับไม่เป็นไปตามระเบียบ

                                   คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่และ
                                   การกำากับดูแลการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ. ๒๕๔๕
                                   ๔.  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมในฐานะเป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติป้องกัน

                                   และปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ ควรร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พิจารณาแก้ไข
                                   พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๑๙ มาตรา ๑๕ ในส่วนของ
                                   อำานาจควบคุมผู้ถูกจับในความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด และระเบียบคณะกรรมการป้องกันและ
                                   ปราบปรามยาเสพติด ว่าด้วยการแต่งตั้ง การปฏิบัติหน้าที่ และการกำากับดูแลการปฏิบัติ
                                   หน้าที่ของเจ้าพนักงาน ป.ป.ส. พ.ศ. ๒๕๔๕ ข้อ ๒๔ โดยสมควรกำาหนดให้ใช้สถานที่ของ
                                   ราชการเท่านั้นเป็นสถานที่ในการควบคุมผู้ถูกจับ และจะต้องมีการควบคุมการใช้อำานาจ

                                   ที่รัดกุมและตรวจสอบได้
   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59   60