Page 50 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 50

45





                                   ๒. กรมประมง กรมเจ้าท่า และจังหวัดสุราษฎร์ธานี ควรสั่งการให้เจ้าหน้าที่ผู้มีอำานาจ
                                   หน้าที่ในการตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้อง ดำาเนินการต่อผู้เพาะเลี้ยงหอย

                                   ทะเลนอกเขตเพาะเลี้ยงสัตว์นำ้าโดยไม่ได้รับอนุญาต รวมทั้งเฝ้าระวังไม่ให้มีการเพาะเลี้ยง
                                   หอยหรือสร้างสิ่งปลูกสร้างนอกพื้นที่ที่คณะกรรมการประมงประจำาจังหวัดสุราษฎร์ธานี  รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                   กำาหนดให้เป็นพื้นที่เพาะเลี้ยงสัตว์นำ้าตามกฎหมายว่าด้วยการประมง
                                   ๓. จังหวัดสุราษฎร์ธานีร่วมกับกรมประมง กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งและองค์กร       ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑

                                   ปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง พิจารณาดำาเนินการฟื้นฟูอ่าวบ้านดอนในส่วนที่จะมีการ
                                   รื้อถอนคอกหอยที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายให้กลับคืนสู่สภาพเดิมตามธรรมชาติ และควร
                                   อนุรักษ์ บำารุงรักษา และจัดการการใช้ประโยชน์จากทรัพยากรสัตว์นำ้าอย่างยั่งยืน

                                   ๔. กรมประมงและกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง ควรให้การสนับสนุนและส่งเสริม
                                   ให้ชุมชนชายฝั่งรอบพื้นที่อ่าวบ้านดอนและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่เกี่ยวข้องร่วมกัน
                                   จัดทำาแนวเขตเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และวางกฎกติกาการใช้
                                   ประโยชน์และมาตรการควบคุมดูแลในชุมชนเพื่อป้องกันไม่ให้มีการขยายพื้นที่เพาะเลี้ยง
                                   หอยทะเลโดยผิดกฎหมาย


                           ๙.      กรณีกล่าวอ้างว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมในที่ดินท�ากินจากการจัดตั้งมหาวิทยาลัย

                                   เทคโนโลยีสุรนารี (รายงานฯ ที่ ๑๒๑/๒๕๖๑)
                          เรื่อง
                                   ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องเป็นตัวแทนกลุ่มชาวบ้าน

                                   ในตำาบลไชยมงคลและตำาบลบ้านใหม่ (ตำาบลสุรนารี ในปัจจุบัน) อำาเภอเมืองนครราชสีมา
                                   จังหวัดนครราชสีมา เมื่อวันที่ ๙ พฤศจิกายน ๒๕๑๐ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศ
                                   เขตป่าสงวนแห่งชาติป่าอ่างเก็บนำ้าห้วยบ้านยาง ตั้งอยู่ที่ตำาบลไชยมงคลและตำาบลบ้านใหม่   บทที่
                                                                                                                   2
                                   อำาเภอเมืองนครราชสีมา จังหวัดนครราชสีมา เป็นการประกาศโดยไม่มีการสำารวจตรวจสอบ

                                   การถือครองสิทธิในที่ดินและการทำากินของประชาชนก่อน ทำาให้พื้นที่ป่าสงวนทับพื้นที่
                                   ทำากินของประชาชนที่อยู่มาแต่ดั้งเดิม โดยมีเอกสารสิทธิในที่ดินและเอกสารแสดงการ
                                   ครอบครองในที่ดินที่ทำากินที่ทางราชการออกให้สืบทอดต่อเนื่องกันมาตั้งแต่บรรพบุรุษ เช่น
                                   หนังสือรับรองการทำาประโยชน์ (น.ส. ๓) หลักฐานแบบแจ้งการครอบครองที่ดิน (ส.ค. ๑)

                                   หลักฐานการเสียภาษีบำารุงท้องที่ (ภ.บ.ท.๔ ก.) และ (ภ.บ.ท.๕) ต่อมา รัฐมนตรีว่าการ
                                   กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้อนุมัติให้กรมป่าไม้อนุญาตให้ทบวงมหาวิทยาลัย (กระทรวง
                                   ศึกษาธิการในปัจจุบัน) ใช้ประโยชน์ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าอ่างเก็บนำ้าห้วยบ้านยาง
                                   เนื้อที่ ๖,๙๑๑-๓-๖๔ ไร่ เพื่อจัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ตามประกาศกรมป่าไม้

                                   ฉบับที่ ๓๒/๒๕๓๒ ลงวันที่ ๒๘ มีนาคม ๒๕๓๒ เป็นระยะเวลา ๓๐ ปี การส่งมอบพื้นที่        ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 256๐ มาตรา 2๔๗
                                   ของกรมป่าไม้ให้กับมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้ส่งมอบที่ดินที่ชาวบ้านทำากินอยู่  ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
                                   ก่อนด้วย ทำาให้มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ในพื้นที่ เนื้อที่
                                   ประมาณ ๘๘๗ ไร่ได้ ต่อมา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีแจ้งให้ชาวบ้านออกจากพื้นที่

                                   ของมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ทำาให้ชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน และยื่นเรื่องร้องเรียน
                                   ขอความเป็นธรรมไปยังหน่วยงานต่าง ๆ ตั้งแต่มีการจัดตั้งมหาวิทยาลัยเทคโนโลยี
                                   สุรนารีจนถึงปัจจุบัน เป็นเวลา ๒๖ ปีแล้ว แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว
   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55