Page 51 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 51
46
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑ แนวทางการแก้ไข ๑. กรมป่าไม้ ควรแสดงความชัดเจนในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้เกิดความสมานฉันท์
มาตรการ/
เช่น ส่งคืนพื้นที่บริเวณที่พิพาทที่ไม่สามารถเข้าใช้ประโยชน์ได้ จำานวน ๘๘๗ ไร่
แก่มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีเพื่อดำาเนินการตามกฎหมายป่าไม้หรือกฎหมายปฏิรูป
ที่ดินในการแก้ไขปัญหาเพื่อให้ผู้ร้องและกลุ่มชาวบ้านได้รับสิทธิทำาประโยชน์ในที่ดิน ส.ป.ก.
๔-๐๑ โดยระหว่างการดำาเนินการแก้ไขปัญหาให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น มหาวิทยาลัย
เทคโนโลยีสุรนารีไม่ควรดำาเนินการขับไล่หรือฟ้องร้องดำาเนินคดีแก่ผู้ร้องและกลุ่มชาวบ้าน
และไม่ควรขอใช้พื้นที่ดังกล่าวในการต่อสัญญาการขอใช้ประโยชน์ใหม่ในปี ๒๕๖๒
๒. ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ควรส่งภาพถ่ายทางอากาศหลังวันที่ ๙ พฤศจิกายน
๒๕๑๐ ให้สำานักงานปลัดสำานักนายกรัฐมนตรี เพื่อส่งมอบให้คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจ
อ่านแปลภาพถ่ายทางอากาศของสำานักงานปลัดสำานักนายกรัฐมนตรีเป็นผู้อ่านแปลเพื่อ
หาร่องรอยการทำาประโยชน์เพื่อพิสูจน์สิทธิในที่ดินของราษฎร เพื่อให้เป็นไปตามระเบียบ
ของสำานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ พ.ศ. ๒๕๔๕ ประกอบ
มาตรการของคณะกรรมการแก้ไขปัญหาการบุกรุกที่ดินของรัฐ เรื่อง การพิสูจน์สิทธิการ
ครอบครองที่ดินของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐ “ข้อ ๑ การพิสูจน์สิทธิการครอบครองที่ดิน
ของบุคคลในเขตที่ดินของรัฐต้องมีพยานหลักฐานที่เกี่ยวกับที่ดินแปลงนั้น ซึ่งแสดงว่าได้
ครอบครองทำาประโยชน์ต่อเนื่องมาก่อนเป็นที่ดินของรัฐ ดังนี้ ... ๑.๓ พยานหลักฐานอื่น
นอกจากข้อ ๑.๑ และ ๑.๒ เช่น ส.ค. ๑ หรือพยานบุคคล เป็นต้น เมื่อพิจารณาแล้วเห็นว่า
พยานหลักฐานนั้นมีส่วนสนับสนุนคำากล่าวอ้างว่ามีการครอบครองทำาประโยชน์มาก่อน
เป็นที่ดินของรัฐ ให้ดำาเนินการอ่านภาพถ่ายทางอากาศของกรมแผนที่ทหารที่ถ่ายภาพ
พื้นที่นั้นไว้เป็นครั้งแรกหลังจากเป็นที่ดินของรัฐ หากปรากฏร่องรอยการทำาประโยชน์
ในที่ดินอยู่ในภาพถ่ายทางอากาศ จึงจะเชื่อตามพยานหลักฐานอื่นนั้น”
๓. ส�านักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา ควรตรวจสอบเอกสาร ส.ค. ๑ ของราษฎรที่สูญหาย
จากทะเบียนการครอบครอง ส.ค. ๑ ตามรายชื่อที่ท้ายรายงานนี้ เพื่อให้ราษฎรสามารถ
พิสูจน์สิทธิตามกระบวนการทางกฎหมายได้ต่อไป
๑๐. กรณีกล่าวอ้างว่า ผู้บัญชาการและเจ้าหน้าที่เรือนจ�าปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ (รายงานฯ
ที่ ๑๒๒/๒๕๖๑)
เรื่อง
ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องเป็นเจ้าหน้าที่เรือนจำากลาง
ก. (ปกปิดชื่อ) ขณะปฏิบัติหน้าที่ภายในเรือนจำากลาง ก. ได้พบเห็นการปฏิบัติหน้าที่
โดยมิชอบของผู้ถูกร้องทั้งห้า โดยผู้บัญชาการเรือนจำากลาง ก. (ผู้ถูกร้องที่ ๑) และเจ้าหน้าที่
เรือนจำากลาง ก. (ผู้ถูกร้องที่ ๒) สั่งการให้เจ้าหน้าที่เรือนจำากลาง ก. (ผู้ถูกร้องที่ ๓-๕)
ทำาร้ายร่างกายผู้ต้องขัง ประกอบด้วย (๑) นางสาวเอ (นามสมมุติ) ซึ่งถูกทำาร้ายที่บริเวณ
อาคารควบคุมกลางด้วยการตบตี เตะ อย่างทารุณจนได้รับบาดเจ็บเลือดออกบริเวณปาก
นอกจากนี้ ยังมีการซ่อนเร้นพยานหลักฐานรวมถึงข่มขู่นางสาวเอและนางบี (นามสมมุติ)
ซึ่งเป็นมารดาและถูกจำาคุกอยู่ด้วยกันเพื่อไม่ให้เอาเรื่อง (๒) นายซี (นามสมมุติ) ถูกทำาร้าย
จนแผ่นหลังแตกบวมชำ้า ต้องส่งตัวออกไปรักษาที่โรงพยาบาลระยอง (๓) นายดี (นามสมมุติ)
ถูกทำาร้ายจนกล่องเสียงแตก ต้องส่งตัวออกไปรักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี และมีการพูดจา

