Page 57 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 57
52
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ จึงทราบจากทนายความว่าได้รับมอบอำานาจจากบริษัทผลิตนำ้ามัน เอ จำากัด ซึ่งเป็นบริษัท
คู่แข่งของผู้ร้องที่ผลิตสินค้าประเภทเดียวกัน แต่มิใช่ประชาชนทั่วไปที่ใช้สินค้าของผู้ร้องมา
ร้องทุกข์ต่อเจ้าหน้าที่ตำารวจแต่อย่างใด ผู้ร้องมีความกังวลว่าการปฏิบัติหน้าที่ของผู้ถูกร้อง
ทั้งสองเป็นการกระทำาที่เกินกว่าเหตุและอาจได้รับผลประโยชน์จากบริษัทคู่แข่ง นอกจากนี้
ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
การตรวจค้นในวันดังกล่าว ไม่มีเจ้าหน้าที่จากสำานักงานคณะกรรมการอาหารและยาหรือ
๑. ให้ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ดำาเนินการตามกฎหมายและระเบียบกับเจ้าหน้าที่ตำารวจ
มาตรการ/ กระทรวงสาธารณสุขมาร่วมตรวจสอบด้วย จะถือเป็นความผิดหรือไม่
แนวทางการแก้ไข สถานีตำารวจนครบาล ก. ที่กระทำาการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามคำาร้องนี้
๒. ให้ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ กำาชับเจ้าหน้าที่ตำารวจให้ปฏิบัติหน้าที่ไปตามกรอบของ
กฎหมายโดยคำานึงถึงสิทธิและเสรีภาพของประชาชน รวมถึงเพิ่มมาตรการที่เหมาะสมเพื่อ
ป้องกันมิให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต
๓. ให้กองทัพบก ดำาเนินการตามกฎหมายและระเบียบกับเจ้าหน้าที่ทหาร กองร้อยชุด
ประสานงานประจำาพื้นที่ ข. ที่กระทำาการอันเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนตามคำาร้องนี้
๑๗. กรณีกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐควบคุมตัวโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายและทรมาน
ให้รับสารภาพ (รายงานฯ ที่ ๑๐๓๐/๒๕๖๐)
เรื่อง
ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องเป็นภรรยาของนาย ก.
(ผู้เสียหาย) เมื่อวันที่ ๑๐ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เวลาประมาณ ๑๐.๐๐ นาฬิกา เจ้าหน้าที่
หน่วยงานของรัฐ (ผู้ถูกร้อง) ได้เข้าปิดล้อมบริเวณคลองบ้านตันหยงเปาว์ ตำาบลท่ากำาชำา
อำาเภอหนองจิก จังหวัดปัตตานี และจับกุมตัวผู้เสียหายไปที่ค่ายทหารแห่งหนึ่ง
(ไม่ทราบชื่อ) โดยอ้างว่าผู้เสียหายเป็นแนวร่วมผู้ก่อความไม่สงบ เมื่อผู้ร้องตามไปพบ
ผู้เสียหายในตอนเย็นได้สังเกตเห็นรอยถลอกที่ข้อมือขวา และได้รับการบอกเล่าจาก
ผู้เสียหายว่า ผู้ถูกร้องจับกุมผู้เสียหายขณะอยู่บนเรือพายที่ใช้ออกไปดักปู โดยผู้ถูกร้อง
บอกให้ผู้เสียหายยอมรับว่าเป็นแนวร่วมและยอมรับเกี่ยวกับของกลางที่พบในกระท่อม
ใกล้กับที่เกิดเหตุ พร้อมทั้งใช้ปืนจี้หัว ขยำาอวัยวะเพศ และตบตี จนทำาให้ผู้เสียหาย
ต้องยอมรับสารภาพ ต่อมาวันที่ ๑๑ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ ผู้ร้องไปเยี่ยมผู้เสียหาย
ได้สังเกตเห็นว่าผู้เสียหายข้อมือบวม และมีพฤติกรรมหวาดกลัวเหมือนถูกกดดัน
หลังจากนั้น เมื่อวันที่ ๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๙ เวลาประมาณ ๐๙.๓๐ นาฬิกาผู้ถูกร้อง
ได้เข้าตรวจค้นบ้านของผู้ร้องโดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีผู้นำาชุมชนเข้าร่วมตรวจค้น
ใส่รองเท้าเข้าบ้านซึ่งถือเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของบ้าน และยังทำาตู้กระจกภายในบ้าน
แตกเสียหายด้วย จากการตรวจค้นไม่พบสิ่งผิดกฎหมาย และในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน
ผู้ร้องได้เข้าเยี่ยมผู้เสียหายซึ่งได้เล่าให้ผู้ร้องฟังว่าผู้ถูกร้องซักถามเรื่องการก่อเหตุ
ความไม่สงบและให้ยอมรับตามข้อซักถามทั้งหมดมีการข่มขู่ และทำาร้ายร่างกายผู้เสียหาย
ด้วยการตบหูทั้งสองข้าง ทำาให้ผู้เสียหายได้รับความเจ็บปวดจนต้องยอมรับตามข้อกล่าวหา

