Page 54 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 54

49





                     มาตรการ/      ๑.  กรมประมง ควรแต่งตั้งคณะทำางานในระดับกรมเพื่อร่วมแก้ไขปัญหากับจังหวัดที่มีการ
                 แนวทางการแก้ไข    แพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำาอย่างรุนแรง

                                   ๒.  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ควรพิจารณาให้การช่วยเหลือเกษตรกร โดยสนับสนุน
                                   งบประมาณเร่งด่วนให้กับกรมประมง เพื่อใช้แก้ไขปัญหาการแพร่ระบาดของปลาหมอสีคางดำา  รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                                   ๓.  กรมประมง ควรพิจารณาจัดให้มีกลไกหรือแผนปฏิบัติการป้องกันและควบคุมอย่างทัน
                                   ท่วงทีเพื่อรองรับกรณีสัตว์นำ้าที่ได้รับอนุญาตให้นำาเข้ามาในราชอาณาจักรนั้นเป็นชนิดพันธุ์  ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
                                   ต่างถิ่นที่รุกรานและก่อผลกระทบต่อความหลากหลายทางชีวภาพ และกำาหนดวิธีการหรือ
                                   แนวปฏิบัติในการควบคุมดูแลให้ผู้ได้รับอนุญาตนำาเข้าสัตว์นำ้าปฏิบัติตามเงื่อนไขการอนุญาต
                                   อย่างครบถ้วน



                          ๑๓.      กรณีกล่าวอ้างว่าพนักงานสอบสวนด�าเนินคดีล่าช้า (รายงานฯ ที่ ๙๙๑/๒๕๖๐)
                                   ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า เมื่อวันที่ ๕ มีนาคม ๒๕๕๙
                         เรื่อง
                                   พนักงานสอบสวน สถานีตำารวจนครบาล ก. มีหนังสือขออายัดตัวผู้ร้องตามหมายจับของ

                                   ศาลจังหวัดชลบุรี ซึ่งขณะนั้นผู้ร้องต้องขังอยู่ที่เรือนจำาพิเศษกรุงเทพมหานคร แต่ปัจจุบัน
                                   พนักงานสอบสวนสถานีตำารวจภูธรเมือง ข. (ผู้ถูกร้อง) ยังไม่มีการดำาเนินคดีกับผู้ร้องแต่
                                   อย่างใด ทั้งนี้ การกระทำาความผิดเกิดขึ้นในเขตพื้นที่การสอบสวนของพนักงานสอบสวน
                                   สถานีตำารวจภูธรเมือง ข. จึงขอให้เร่งรัดการดำาเนินคดีตามหนังสือขออายัดตัวดังกล่าว



                     มาตรการ/      ๑.  ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ควรพิจารณาตรวจสอบการทำาหน้าที่ของผู้ถูกร้องซึ่งเป็น
                 แนวทางการแก้ไข    พนักงานสอบสวนในคดีของผู้ร้อง
                                   ๒.  ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ควรพิจารณากำาชับและกวดขันพนักงานสอบสวนให้ปฏิบัติ   บทที่
                                                                                                                   2
                                   หน้าที่ตามกฎหมายและระเบียบที่เกี่ยวข้อง และการปฏิบัติหน้าที่ใดที่อาจมีผลกระทบต่อ

                                   สิทธิและเสรีภาพของบุคคลให้ถือปฏิบัติตามหลักสิทธิมนุษยชนอย่างเคร่งครัด
                                   ๓.  ส�านักงานต�ารวจแห่งชาติ ควรแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำารวจ ศึกษาคู่มือการปฏิบัติงานของ
                                   เจ้าหน้าที่ตำารวจตามหลักสิทธิมนุษยชนที่ กสม. จัดทำาและเผยแพร่ทาง www.nhrc.or.th

                                     อนึ่ง คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติมีข้อสังเกตว่า สำานักงานคณะกรรมการ
                                   สิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้มีหนังสือขอความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและขอทราบ
                                   ผลการดำาเนินการไปยังสถานีตำารวจภูธรเมือง ข. จำานวน ๒ ฉบับ แต่สถานีตำารวจภูธรเมือง ข.
                                   ไม่ให้ความร่วมมือในการแจ้งข้อเท็จจริงและผลการดำาเนินการภายในระยะเวลาที่กำาหนด

                                   เห็นควรแจ้งข้อสังเกตไปยังสำานักงานตำารวจแห่งชาติ เพื่อกำาชับให้ผู้ถูกร้องให้ความร่วมมือ
                                   ต่อหน่วยงานที่มีอำานาจหน้าที่ในการตรวจสอบต่อไป                                     ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 256๐ มาตรา 2๔๗


                           ๑๔.     กรณีกล่าวอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ต�ารวจข่มขู่และท�าร้ายร่างกายเพื่อให้รับสารภาพ     ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

                                   (รายงานฯ ที่ ๑๐๑๑/๒๕๖๐)
                          เรื่อง
                                   ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องเป็นพี่ชายของนายเอ
                                   (นามสมมุติ ผู้เสียหายที่ ๑) และเป็นญาติของนายบี (นามสมมุติ ผู้เสียหายที่ ๒) กับนางสาวซี
                                   (นามสมมุติ ผู้เสียหายที่ ๓) เมื่อวันที่ ๑๔ กรกฎาคม ๒๕๕๘ เวลาประมาณ ๐๗.๓๐
   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58   59