Page 47 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 47
42
รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑ ที่ว่า ประชาชนมีสิทธิที่จะมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและได้รับประโยชน์จากการพัฒนา
เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และการเมือง
๒. คณะรัฐมนตรี ควรกำาชับให้หน่วยงานที่มีหน้าที่และอำานาจเกี่ยวกับกระบวนการ
อนุญาตให้ประกอบกิจการบางประเภท ตามคำาสั่งหัวหน้า คสช. ที่ ๔/๒๕๕๙ พิจารณา
นำากระบวนการกำาหนดแผนการพัฒนาและจำาแนกการใช้ประโยชน์ในพื้นที่ตามหลักการ
ผังเมืองมาใช้บังคับเท่าที่จะทำาได้ รวมทั้งหลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
พัฒนา การเคารพสิทธิของบุคคลและชุมชน การคุ้มครองรักษาทรัพยากรธรรมชาติและ
สิ่งแวดล้อม ตามที่บัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐
อย่างเคร่งครัด
๔. กรณีกล่าวอ้างว่าถูกหลอกลวงไปท�างานที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ท�าให้สูญเสียเงิน
จ�านวนหนึ่ง (รายงานฯ ที่ ๑๐๐/๒๕๖๑)
เรื่อง
ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า เมื่อต้นปี ๒๕๕๘ เพื่อนของ
ผู้ร้องได้หลอกลวงเอาเงินจากผู้ร้อง จำานวน ๒๐๐,๐๐๐ บาท (สองแสนบาทถ้วน) โดย
อ้างว่าเป็นค่าใช้จ่ายให้กับนายหน้าจัดหางานที่ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี โดยรับประกัน
รายได้ต่อเดือนประมาณ ๖๐,๐๐๐-๑๐๐,๐๐๐ บาท และสามารถเปลี่ยนงานได้ถึง ๒ ครั้ง
ผู้ร้องเชื่อใจจึงได้โอนเงินให้กับนายหน้าผ่านบัญชีของเพื่อนของผู้ร้อง แต่เมื่อเดินทางไปถึง
ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองปฏิเสธผู้ร้องไม่ให้เดินทางเข้าประเทศ
และส่งตัวผู้ร้องกลับประเทศไทยในเวลาต่อมา ผู้ร้องเห็นว่าตนได้รับความเสียหายจึงได้
แจ้งความร้องทุกข์ต่อผู้ถูกร้อง เมื่อวันที่ ๑๙ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๘ แต่ขณะร้องเรียน
ยังไม่ทราบผลการดำาเนินการ
มาตรการ/ ให้เร่งรัดพนักงานสอบสวน สถานีตำารวจนครบาล ก. (ผู้ถูกร้อง) ดำาเนินคดีที่ผู้ร้องได้ร้องทุกข์
แนวทางการแก้ไข ไว้ให้เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและคำาสั่งสำานักงานตำารวจแห่งชาติ ที่ ๔๑๙/๒๕๕๖
ลงวันที่ ๑ กรกฎาคม ๒๕๕๖
๕. กรณีกล่าวอ้างว่าหน่วยงานราชการมีค�าสั่งให้กลุ่มผู้มีอาชีพเลี้ยงกระบือออกจากพื้นที่
สาธารณประโยชน์ (รายงานฯ ที่ ๑๑๗/๒๕๖๑)
เรื่อง
ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า ผู้ร้องและราษฎรชุมชนบ้าน
เวียงเหนือได้ใช้พื้นที่สาธารณประโยชน์ห้วยเกี๋ยง ซึ่งขึ้นทะเบียนหนังสือสำาคัญสำาหรับที่หลวง
(นสล.) เลขที่ ๘๖๓๐ (แปลงหนองบัว) ตำาบลเวียง อำาเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เป็นที่
เลี้ยงกระบือร่วมกัน ต่อมากองกำากับการ ๑๒ กองบังคับการตำารวจนำ้า มีความประสงค์
ใช้พื้นที่ดังกล่าวเนื้อที่ ๒๕ ไร่ เพื่อก่อสร้างอาคารที่ทำาการและบ้านพักข้าราชการตำารวจ
นายอำาเภอเชียงแสนจึงมอบหมายให้ผู้ปกครองท้องที่จัดให้มีการประชุมชี้แจงทำาความเข้าใจ
กับราษฎรและแจ้งให้ทราบว่ามีหน่วยงานราชการอีกหลายแห่งมีความประสงค์ขอใช้พื้นที่
จึงขอให้ผู้ร้องและกลุ่มวิสาหกิจชุมชนปางควายเวียงเหนือย้ายออกจากพื้นที่ภายในระยะ
เวลา ๖ เดือน โดยไม่มีการจ่ายค่าชดเชยสำาหรับการรื้อถอนใด ๆ

