Page 48 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 48
43
มาตรการ/ จังหวัดเชียงราย ควรดำาเนินการ ดังนี้
แนวทางการแก้ไข - ควรตรวจสอบและดำาเนินการแก้ไขปัญหา กรณีที่หน่วยงานราชการ นำาที่ดิน
สาธารณประโยชน์ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ไปใช้ประโยชน์โดยไม่เป็นไปตามที่กฎหมาย รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
กำาหนด
- ควรคุ้มครองที่ดินสาธารณประโยชน์ประเภทพลเมืองใช้ร่วมกัน ตามหนังสือสำาคัญ ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
สำาหรับที่หลวง (นสล.) เลขที่ ๘๖๓๐ ที่ดินเลขที่ ๒๒๑ (แปลงหนองบัว) ให้เป็นที่ดิน
ที่ให้ประชาชนใช้ประโยชน์ร่วมกันตามวัตถุประสงค์ และตามสภาพการใช้ประโยชน์
โดยมีมาตรการป้องกันการบุกรุกที่ดินเพิ่มเติมเพื่อป้องกันมิให้มีการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดิน
ดังกล่าวโดยมิชอบ
๖. กรณีกล่าวอ้างว่าการอนุญาตให้ฝังกลบขยะมูลฝอยในพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อชุมชน
(รายงานฯ ที่ ๑๑๘/๒๕๖๑)
เรื่อง
ความเป็นมา : ผู้ร้องได้ร้องเรียนต่อ กสม. โดยกล่าวอ้างว่า เมื่อปี ๒๕๕๗ เทศบาลตำาบล
ปากนำ้าท่าเรืออนุญาตให้ห้างหุ้นส่วนจำากัด ก. ประกอบกิจการฝังกลบขยะมูลฝอยในพื้นที่
หมู่ที่ ๕ ตำาบลปากนำ้า อำาเภอเมืองระนอง จังหวัดระนอง รวมเนื้อที่ ๕ ไร่ ๒ งาน ผู้ร้อง
เห็นว่าการจัดการขยะของห้างหุ้นส่วนจำากัด ก. ไม่ถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล เนื่องจาก
ไม่มีบ่อบำาบัดนำ้าเสีย ก่อให้เกิดกลิ่นเน่าเหม็น เป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค นำ้าเสียไหลลงคลอง
ธรรมชาติและป่าชายเลนซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียง ส่งผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติ
และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งสุขภาพและความเป็นอยู่ของผู้ร้อง ทั้งนี้ ผู้ร้องได้ร้องเรียนไปยัง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เทศบาลตำาบลปากนำ้าท่าเรือ ศูนย์ดำารงธรรมจังหวัดระนอง บทที่
ชุดเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ ๒๕ กองกำาลังเทพสตรี แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไขปัญหา 2
มาตรการ/ ๑. เทศบาลต�าบลปากน�้าท่าเรือ ในฐานะเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามพระราชบัญญัติ
แนวทางการแก้ไข สาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ ควรตรวจสอบและแก้ไขปัญหาบ่อฝังกลบขยะมูลฝอย
ของห้างหุ้นส่วนจำากัด ก. ที่ไม่เป็นไปตามมาตรฐานตามที่กฎหมายกำาหนด และในการ
พิจารณาอนุญาตให้ดำาเนินกิจการเกี่ยวกับการเก็บ ขน หรือกำาจัดสิ่งปฏิกูลหรือมูลฝอย
ในคราวต่อไป ควรปฏิบัติตามพระราชบัญญัติสาธารณสุข พ.ศ. ๒๕๓๕ และประกาศ
กรมควบคุมมลพิษ เรื่อง หลักเกณฑ์ในการคัดเลือกพื้นที่ตั้งสถานที่ฝังกลบกากของเสีย
รวมทั้งจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน ผู้ได้รับผลกระทบหรือมีส่วนได้เสีย
ตามระเบียบสำานักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน พ.ศ. ๒๕๔๘ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 256๐ มาตรา 2๔๗
อย่างเคร่งครัด
๒. จังหวัดระนองร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ควรจัดทำาแผนบริหารจัดการ ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ขยะมูลฝอยของจังหวัดระนองเพื่อรองรับปริมาณขยะให้ถูกต้องตามหลักวิชาการ
อย่างเป็นระบบ โดยพิจารณาแนวทางตามคู่มือ เกณฑ์มาตรฐานและแนวทางการจัดการ
ขยะมูลฝอยชุมชน ประกอบการจัดทำาแผน และเปิดโอกาสให้ประชาชนและผู้มีส่วนได้เสีย
มีส่วนร่วมอย่างกว้างขวาง เพื่อป้องกันปัญหาขยะมูลฝอยในเขตจังหวัดระนองในระยะยาว
ให้เกิดความยั่งยืน

