Page 160 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 160

155



               สิ่งแวดล้อมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่มีส่วนร่วมจากฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง

               เพื่อประโยชน์ในการส่งเสริมสิทธิของบุคคลและชุมชนในการจัดการ บ�ารุงรักษา และใช้ประโยชน์จากทรัพยากร
               ธรรมชาติ สิ่งแวดล้อม และความหลากหลายทางชีวภาพอย่างสมดุล และยั่งยืนตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
               ไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ และเพื่อใช้สนับสนุนการท�างานของส�านักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ          รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ

               ในการตรวจสอบเรื่องร้องเรียนและการเฝ้าระวังสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสิทธิชุมชน
               และสิ่งแวดล้อม โดยการศึกษาวิจัย ด�าเนินการผ่านการทบทวนวรรณกรรมจากเอกสารข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง     ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑

               เพื่อให้ได้องค์ความรู้ที่เกี่ยวกับสิทธิชุมชนในมิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมทั้งในมิติกฎหมายระหว่าง
               ประเทศ และมิติกฎหมายภายใน และน�าไปสู่การจัดท�าแนวปฏิบัติในการรับรองสิทธิชุมชนตามรัฐธรรมนูญแห่ง

               ราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ โดยผ่านกระบวนการรับฟังความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง ทั้งจากผู้ทรง
               คุณวุฒิ กลุ่มผู้แทนหน่วยงานภาครัฐ และกลุ่มที่มิใช่ผู้แทนภาครัฐ จากการด�าเนินการคณะผู้วิจัยสามารถสรุป

               ผลการศึกษาได้ ๒ ส่วน ดังนี้
                   ส่วนที่ ๑ องค์ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิชุมชนในมิติทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

                   ๑. หลักการและแนวคิดภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ

                     ๑) ความมีอยู่และสถานะของ “สิทธิชุมชน” ในกฎหมายระหว่างประเทศ

                       พบว่ามิได้มีการนิยามหรือรับรองคุ้มครอง “สิทธิชุมชน” อย่างชัดแจ้ง การใช้ค�าว่า “ชุมชน” ในตัวบท

               ของตราสารส่วนมากเป็นการบัญญัติรับรอง “สิทธิของปัจเจกบุคคล” ที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมใน “ชุมชน” ของตน
               หรือการบัญญัติรับรอง “เสรีภาพในการเข้าร่วม” มากกว่าจะหมายถึง “สิทธิของชุมชน” แยกต่างหากเป็นเอกเทศ

               จาก “สิทธิของปัจเจกบุคคล” อย่างไรก็ตาม ตราสารระหว่างประเทศด้านสิทธิมนุษยชนที่ไม่มีผลผูกพันบางเรื่อง
               เช่น ปฏิญญาสหประชาชาติว่าด้วยสิทธิของชนพื้นเมืองดั้งเดิมได้รับรอง “สิทธิของชนพื้นเมืองดั้งเดิม” แต่การ  บทที่

               รับรองสิทธิดังกล่าวเป็นการรับรอง “สิทธิชุมชน” ของกลุ่มชนเฉพาะบางกลุ่มชนเท่านั้น โดยจะต้องมีลักษณะ   ๒
               เป็น “ชุมชนชนพื้นเมืองดั้งเดิม” และไม่ได้รับรอง “สิทธิชุมชนในกรณีทั่ว ๆ ไป” นอกจากนี้ ยังไม่มีการนิยามค�า
               ว่า “สิทธิชุมชน” ในความหมายทั่วไปไว้แต่อย่างใด

                       มีข้อสังเกตว่าในบรรดาตราสารระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมจ�านวน ๔ ฉบับ ซึ่งได้แก่ ปฏิญญา

               (สต็อกโฮล์ม) แห่งการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยสิ่งแวดล้อมของมนุษย์ ค.ศ. ๑๙๗๒ ปฏิญญาริโอว่าด้วย
               สิ่งแวดล้อมและการพัฒนา ค.ศ. ๑๙๙๒ ปฏิญญาโจฮันเนสเบอร์กว่าด้วยการพัฒนาอย่างยั่งยืน ค.ศ. ๒๐๐๒

               และอนุสัญญาว่าด้วยความหลากหลายทางชีวภาพ ค.ศ. ๑๙๙๒ นั้น ไม่มีตราสารฉบับใดที่กล่าวถึงค�าว่า “สิทธิชุมชน”
               โดยตรง คงมีแต่เพียงค�าว่า “ชุมชน” “ชุมชนท้องถิ่น” และ “ชุมชนพื้นเมืองดั้งเดิม” เมื่อพิจารณาในภาพรวม

               ตราสารระหว่างประเทศด้านสิ่งแวดล้อมเหล่านี้สนับสนุนให้รัฐต่าง ๆ ส่งเสริมบทบาทของชุมชนพื้นเมืองดั้งเดิม  ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
               และชุมชนท้องถิ่นในฐานะที่เป็นกลไกหรือมาตรการในการคุ้มครองดูแลทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม          ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
               ที่ยั่งยืน โดยมุ่งให้ชุมชนดังกล่าวมี “หน้าที่” ในการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน

               ของเขามากกว่าการรับรอง “สิทธิชุมชน” ดัวยเหตุนี้ จึงไม่ได้มุ่งเน้น “การคุ้มครองสิทธิของชุมชน” มากไปกว่า
               “การคุ้มครองสิ่งแวดล้อม”

                     ๒) “สิทธิของชุมชน” แตกต่างกับ “สิทธิชนพื้นเมืองดั้งเดิม” และ “สิทธิชนกลุ่มน้อย”

                       “สิทธิชนพื้นเมืองดั้งเดิม” และ “สิทธิชนกลุ่มน้อย” แตกต่างกับ “สิทธิชุมชน” จึงไม่ควรน�า
               สองเรื่องนี้มาใช้ปะปนกับ “สิทธิชุมชน” อย่างไรก็ดี การทราบถึงลักษณะของการรับรอง คุ้มครองสิทธิของกลุ่ม
   155   156   157   158   159   160   161   162   163   164   165