Page 156 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 156
151
๑.๓ ด้านการมีส่วนร่วมระหว่างชุมชนในพื้นที่รอบอ่าวปัตตานีกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐ สนับสนุนการ
ท�างานร่วมกันระหว่างชุมชนในพื้นที่รอบอ่าวกับเจ้าหน้าที่ภาครัฐในการส�ารวจติดตามการกระท�าผิดกฎหมาย
ประมงหรือการละเมิดรุกล�้าพื้นที่อ่าวเพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่ค�านึงถึงการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความ
ยั่งยืน สนับสนุนการท�างานร่วมกันระหว่างชุมชนและเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ซึ่งสอดคล้องกับพระราช รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ก�าหนดการประมง พ.ศ. ๒๕๕๘ และพระราชก�าหนดการประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ (ฉบับแก้ไข) หมวด ๙
พนักงานเจ้าหน้าที่ มาตรา ๑๐๖ ที่มีข้อความระบุว่า “ให้อธิบดีมีอ�านาจแต่งตั้งสมาชิกองค์กรชุมชนประมงท้องถิ่น ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
ที่ได้ขึ้นทะเบียนตามมาตรา ๒๕ (๒) เพื่อช่วยเหลือการปฏิบัติงานของพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชก�าหนดนี้...”
โดยการบูรณาการทรัพยากรและก�าลังคน ในรูปคณะกรรมการเพื่อท�าหน้าที่แจ้งข้อมูลข่าวสาร และ/หรือ
ร่วมจับกุมการท�าการประมงที่ผิดกฎหมายหรือการประมงท�าลายล้างที่ไม่ค�านึงถึงสิ่งแวดล้อมและสิทธิชุมชน
ได้อย่างทันการณ์ เนื่องจากการศึกษาพบว่า สาเหตุหนึ่งที่เจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้องไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
เนื่องจากอาจส่งผลต่อการถูกกล่าวหาว่าละเลยการปฏิบัติ หากการกระท�าผิดนั้นหมิ่นเหม่ต่อการกระท�าความผิด
เจ้าหน้าที่ก็อาจถูกฟ้องร้องจากเจ้าของเรือประมงพาณิชย์ได้หากเกิดข้อผิดพลาดจากการปฏิบัติงาน โดยเฉพาะ
ประเด็นข้อถกเถียงเรื่องการใช้อวนรุนในเขตไมล์ทะเลที่กฎหมายก�าหนด ดังนั้น การสนับสนุนให้ปฏิบัติหน้าที่
ในรูปของคณะกรรมการอาจเป็นแนวทางหนึ่งในการลดปัญหาเหล่านี้ได้
๑.๔ ด้านการน�าหลักกฎหมายที่ก�าหนดมาปฏิบัติในเชิงรุก ควรน�าพระราชก�าหนดการประมง
พ.ศ. ๒๕๕๘ และพระราชก�าหนดการประมง (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๖๐ (ฉบับแก้ไข) มาบังคับใช้อย่างจริงจังกับ
เจ้าหน้าที่ทุกระดับ โดยเฉพาะในระดับท้องที่และท้องถิ่น โดยเน้นการใช้กฎหมายแก้ปัญหาการท�าผิดกฎหมาย
ของชาวบ้านผู้ที่ใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย แต่ไม่ยอมรับให้มีการจับกุม หรือในบางกรณีผู้ที่มีอ�านาจหรือ
คนที่ชาวบ้านเชื่อฟังไม่ได้แจ้งข้อมูลที่ถูกต้องให้แก่ชาวบ้านเรื่องการใช้เครื่องมือประมงผิดกฎหมาย เนื่องจาก
เกรงจะกระทบต่อฐานเสียงหรือฐานอ�านาจทางการเมือง เป็นต้น ดังนั้น การสื่อสารและสร้างความเข้าใจให้ทุกฝ่าย บทที่
๒
เคารพและปฏิบัติตามกฎหมาย จึงต้องมีการกระท�าในเชิงรุกและจริงจังจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้องในทุกระดับ
โดยเฉพาะในระดับสังคมและชุมชน
๑.๕ ด้านการเสริมสร้างความเป็นธรรมในกระบวนการยุติธรรม การสร้างทัศนคติทางบวกแก่
เจ้าหน้าที่ในกระบวนการยุติธรรมเกี่ยวกับผู้กระท�าผิดในกรณีข้อพิพาทระหว่างชาวประมงพื้นบ้าน หรือชาวบ้าน
กับผู้ประกอบการที่มีส่วนในการใช้ช่องว่างทางกฎหมายในการด�าเนินการเพื่อท�าลายทรัพยากรทางธรรมชาติ และ/
หรือท�าการประมงที่ส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม โดยเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่เกี่ยวข้อง ควรยึดถือผลประโยชน์ของพื้นที่
และสิทธิของชุมชนเป็นหลัก และป้องกันการเข้ามาบุกรุกที่ท�ากินหรือท�าลายทรัพยากรจากคนนอกพื้นที่ เช่นกรณี
ตัวอย่างเรื่องการท�านากุ้งและโรงงานอุตสาหกรรมปล่อยน�้าเสียโดยที่ยังไม่ผ่านการบ�าบัด ส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศ
ในอ่าวปัตตานี ท�าให้ทรัพยากรสัตว์น�้าและแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์น�้าถูกท�าลาย การปล่อยน�้าเสียยังส่งผลกระทบ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
ต่อหอยนางรม โดยท�าให้เกิดการสะสมของเสียในตัวหอยและก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคหอยนางรม อีกทั้งยัง ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ส่งผลกระทบถึงเกลือหวานที่ชาวบ้านท�าในบริเวณเขตอุตสาหกรรมหรือในกรณีชาวบ้านมีความขัดแย้งกับกลุ่มผู้มี
อิทธิพลในพื้นที่ที่สนับสนุนการใช้อุปกรณ์จับสัตว์น�้า (ไอ้โง่) โดยผู้มีอิทธิพลใช้ก�าลังข่มขู่แกนน�าชาวประมงพื้นบ้าน
และเจ้าหน้าที่ลาดตระเวน ท�าให้ไม่สามารถแก้ปัญหาได้
๑.๖ ด้านการส่งเสริมอาชีพให้แก่ประชาชน ประชาชนที่อยู่รอบอ่าวในช่วงมรสุมหรือช่วงที่
ไม่สามารถจับสัตว์ทะเลได้ ควรได้รับการสนับสนุนให้มีการรวมกลุ่มหรือส่งเสริมองค์ความรู้ด้านอาชีพ งบประมาณ

