Page 158 - รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2561
P. 158
153
รวมทั้งจัดท�าฐานข้อมูลในเชิงพื้นที่ด้วยระบบสารสนเทศภูมิศาสตร์ รวมถึงรวบรวมวิเคราะห์ข้อมูลสถานภาพพื้นที่
ชุมชนตามกฎหมาย และนโยบายหรือกฎหมายที่ส่งผลกระทบต่อชุมชน และพื้นที่เกษตรกรรมในระบบไร่หมุนเวียน
ในพื้นที่ดังกล่าว โดยน�าผลการศึกษาที่ได้ไปจัดท�าข้อเสนอแนะนโยบาย และ/หรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย
ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ส�าหรับเป็นมาตรการในการคุ้มครองฟื้นฟูระบบการท�าไร่หมุนเวียน ตลอดจนสนับสนุน รายงานผลการปฏิบัติงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
การผลักดันกลไกการขับเคลื่อนเพื่อคุ้มครองสิทธิและแก้ไขปัญหาข้อพิพาทเรื่องไร่หมุนเวียนของชนพื้นเมือง
เผ่าปกาเกอญออย่างสันติวิธี ประจำาปีงบประมาณ ๒๕๖๑
ผลการศึกษาวิจัยสรุปได้ว่า เนื่องจากนโยบายรัฐที่ยังไม่เปลี่ยนทิศทางและกฎหมายที่ไม่เป็นธรรม
และขัดแย้งกับวิถีชีวิต ยังเป็นเงื่อนไขส�าคัญและเป็นข้อจ�ากัดด้านการท�ามาหากินและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่ส่งผล
ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภายในชุมชนกะเหรี่ยงและกลายเป็นปัญหาที่เกิดกระทบต่อวิถีการผลิตอาหารที่ไม่สามารถ
เข้าถึงทรัพยากรได้เช่นในอดีต ข้อจ�ากัดที่เกิดจากขนาดพื้นที่ท�ามาหากิน สิทธิการใช้ประโยชน์จากป่าเพื่อยังชีพ
และขนาดของพื้นที่ป่าที่จ�ากัดลงเมื่อเทียบกับอดีต ประกอบกับการใช้ทรัพยากรในรูปแบบดั่งเดิมและความต้องการ
ใช้ทรัพยากรจากคนในพื้นที่และคนนอกพื้นที่มากขึ้น โดยพบว่า ชุมชนกะเหรี่ยงจะได้รับผลกระทบแรงกดดัน
การกีดกันรอบด้าน ทั้งนโยบายและกฎหมาย รวมถึงยังมีกระแสสังคมที่ยังไม่ยอมรับวัฒนธรรมการด�ารงชีวิตของ
คนกะเหรี่ยงหรือปกาเกอญอ ตัวอย่างเช่น กรณีชุมชนบ้านแม่อมกิ ชุมชนห้วยหินลาด ชุมชนบ้านกลาง ชุมชน
บ้านแม่ขี้มูก ซึ่งเป็นตัวแทนของชุมชนกะเหรี่ยงที่ผ่านเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงของชุมชนอันเกี่ยวข้องกับเงื่อนไข
ต่าง ๆ เช่น นโยบายการสัมปทานป่าไม้ การประกาศเขตป่าตามกฎหมายทับซ้อนพื้นที่ชุมชน การด�าเนินนโยบาย
ด้านทรัพยากรธรรมชาติที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนกะเหรี่ยงตั้งแต่อดีตจนถึงยุคปัจจุบันในมิติการใช้พื้นที่ของชุมชน
และการเปลี่ยนแปลงวิถีการด�ารงชีวิตของชุมชนกะเหรี่ยง โดยการลดรอบหมุนและลดพื้นที่แปลงไร่หมุนเวียน
เพื่อท�าให้ระบบไร่หมุนเวียนยังคงด�าเนินต่อไปเท่าที่จะเป็นไปได้ตามเงื่อนไขของพื้นที่ ซึ่งส่งผลกระทบต่อความอุดม
สมบูรณ์ของดินที่มีระยะการพักฟื้นของดินที่ไม่เพียงพอ น�าไปสู่ความมั่นคงทางอาหาร ท�าให้คนในชุมชนปรับเปลี่ยน
วิถีการผลิตดั้งเดิมไปสู่แบบอื่นด้วยการท�าการเกษตรเชิงเดี่ยว (แปลงไร่ข้าวโพด) ซึ่งอาจท�าให้ความหลากหลายทาง บทที่
๒
ชีวภาพของระบบนิเวศเสียสมดุล และยังส่งผลกระทบต่อการเผชิญกับปัญหาการเสื่อมสภาพของดิน และพบสาร
เคมีตกค้างซึ่งน�าไปสู่การปนเปื้อนในล�าห้วย การเปลี่ยนแปลงพันธุ์พืชท้องถิ่นที่เคยปลูกในไร่หมุนเวียนหลายชนิด
อาจสูญหายไปได้ รวมถึงเกิดผลกระทบต่อการเลี้ยงสัตว์ที่เคยท�าควบคู่กันในพื้นที่บริเวณแปลงไร่หมุนเวียน เป็นต้น
อย่างไรก็ดีในทางกลับกัน มีกรณีที่ชุมชนได้พยายามกลับมาฟื้นฟูระบบไร่หมุนเวียนและปรับตัวในรูปแบบใหม่เพื่อ
การใช้ประโยชน์และจัดการกับทรัพยากรธรรมชาติในพื้นที่ของตนเอง โดยลดการท�าการเกษตรเชิงเดี่ยวซึ่งจะส่งผล
ต่อระบบนิเวศและความมั่นคงของอาหารในระยะยาว ด้วยการพัฒนากลไกการดูแลจัดการทรัพยากรธรรมชาติ
ของตัวเอง และสร้างการยอมรับในระดับสาธารณะเพื่อเป็นกลยุทธ์ในการต่อรองระดับนโยบาย การแสดงออกที่
ชัดเจนของชุมชนเพื่ออนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมมาเพิ่มความชอบธรรมให้กับชุมชนในการอยู่อาศัยในวิถี
ชีวิตและวัฒนธรรมดั้งเดิมของตน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ มาตรา ๒๔๗
ข้อเสนอแนะจากงานศึกษาวิจัย ผลการด�าเนินงานของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
(๑) รัฐควรให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการที่ดิน มีแนวปฏิบัติที่มุ่งส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิ
มนุษยชนโดยพิจารณาแก้ไขปรับปรุงกฎหมายให้สอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนและเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ
แห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ที่ให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการก�าหนดนโยบายสาธารณะเกี่ยวกับ
การอนุรักษ์ป่าไม้และสนับสนุนสิทธิร่วมของชุมชนเพื่อการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างมีประสิทธิภาพตามกติกา
ระหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม (International Covenant on Economics,
Social and Cultural Rights-ICESCR)

