Page 511 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 511

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ





                 อย่ำงไรก็ตำม เมื่อพิจำรณำโดยรวมแล้วจะเห็นว่ำกำรเลือกปฎิบัติทั้งสองกรณีดังกล่ำวสืบเนื่องจำกพฤติกรรม
          กำรสูบบุหรี่ กล่ำวคือมีกำรน�ำปัจจัยเกี่ยวกับกำรสูบหรือไม่สูบบุหรี่มำเป็นเหตุปฎิบัติต่อบุคคลแตกต่ำงกัน
                 กฎหมำยบำงมลรัฐ เช่น Louisiana คุ้มครองกำรเลือกปฎิบัติทั้งสองมิติ โดยวำงหลักห้ำมอย่ำงชัดเจน ทั้งกำร

          ปฎิบัติที่แตกต่ำงต่อบุคคลไม่ว่ำในเชิงบวกหรือเชิงลบ
                  ส�ำหรับประเด็นเกี่ยวกับข้อยกเว้นนั้น จะเห็นได้ว่ำกฎหมำยมลรัฐต่ำง ๆ ดังกล่ำวนั้น ต่ำงมีกำรก�ำหนดข้อ
          ยกเว้นที่ท�ำให้นำยจ้ำงสำมำรถปฎิบัติต่อลูกจ้ำงหรือผู้สมัครงำนแตกต่ำงกันด้วยเหตุแห่งกำรสูบบุหรี่ได้โดยไม่ถือเป็นกำร

          เลือกปฎิบัติที่ฝ่ำฝืนต่อกฎหมำย ส�ำหรับข้อยกเว้นดังกล่ำว เช่น
                  กำรสูบบุหรี่ในสถำนที่ท�ำงำน กฎหมำยของหลำยมลรัฐมิได้ห้ำมกำรที่นำยจ้ำงจะจ�ำกัดหรือห้ำมกำรสูบบุหรี่

          ในสถำนที่ท�ำงำน ซึ่งสอดคล้องกับกฎหมำยอื่น ที่จ�ำกัดกำรสูบบุหรี่ในบำงสถำนที่
                  กฎหมำยหลำยมลรัฐมิได้ห้ำมกำรที่นำยจ้ำงที่เป็นองค์กรรณรงค์ต่อสำธำรณะไม่ให้สูบบุหรี่ ดังนั้น นำยจ้ำง
          ดังกล่ำวสำมำรถน�ำเหตุเกี่ยวกับกำรสูบหรี่มำเป็นปัจจัยปฎิบัติต่อบุคคลแตกต่ำงกันในกำรจ้ำงแรงงำนได้ ซึ่งกรณีนี้อำจ

          พิจำรณำได้ว่ำ คุณสมบัติ “ไม่สูบบุหรี่” จัดว่ำเป็นคุณสมบัติที่เป็นสำระส�ำคัญส�ำหรับกำรท�ำงำนในองค์กรที่มีวัตถุประสงค์
          หลักในกำรด�ำเนินกำรรณรงค์ไม่ให้สูบบุหรี่

                  กำรสูบบุหรี่ที่เกี่ยวข้องกับงำนหรือในทำงกำรที่จ้ำง (in the course of employment) ทั้งนี้ กฎหหมำยของ
          หลำยมลรัฐได้มีกำรจ�ำแนกระหว่ำงกำรสูบบุหรี่ที่กระท�ำนอกทำงกำรที่จ้ำง (Outside the course of employment)
          ดังเช่น กฎหมำย Connecticut ก�ำหนดองค์ประกอบส�ำคัญว่ำ กำรสูบบุหรี่ที่ห้ำมเลือกปฎิบัตินั้น ต้องเป็นกรณี “นอก

          ทำงกำรที่จ้ำง” แต่มิได้ห้ำมกำรที่นำยจ้ำงจ�ำกัดหรือห้ำมกำรสูบบุหรี่ในกรณีที่เกี่ยวข้องกับกำรท�ำงำนหรือในทำงกำรที่จ้ำง
          ส�ำหรับค�ำว่ำ “ในทำงกำรที่จ้ำง” นั้นมีควำมหมำยแตกต่ำงจำก “สถำนที่ท�ำงำน” เนื่องจำกมิได้หมำยควำมจ�ำกัดเฉพำะ
          สถำนที่ท�ำงำน (Workplace) เท่ำนั้น กล่ำวคือ หำกลูกจ้ำงออกไปท�ำงำนนอกสถำนที่ แต่เป็นกำรท�ำงำนให้นำยจ้ำงก็ยัง

          อยู่ในขอบเขตทำงกำรที่จ้ำง ซึ่งนำยจ้ำงยังอำจก�ำหนดควบคุมกำรสูบบุหรี่ได้ อย่ำงไรก็ตำม กฎหมำยเน้นถึงกำรที่นำยจ้ำง
          น�ำเหตุเกี่ยวกับกำรสูบบุหรี่ นอกเหนือทำงกำรที่จ้ำง กล่ำวคือ ในมิติชีวิตอื่น ๆ ของลูกจ้ำงที่ไม่เกี่ยวข้องกับกำรท�ำงำน
          มำเป็นปัจจัยในกำรตัดสินใจเกี่ยวกับเรื่องกำรท�ำงำน

                  หลักกำรน�ำองค์ประกอบ “ในทำงกำรหรือนอกทำงกำรที่จ้ำง” มำพิจำรณำนี้สอดคล้องกับหลักกำร “คุณสมบัติ
          อันเป็นสำระส�ำคัญของงำน” อันปรำกฏในกฎหมำยเกี่ยวกับกำรห้ำมเลือกปฎิบัติของประเทศอื่น เช่น ออสเตรเลีย ดังที่

          ได้วิเครำะห์มำในประเด็นกำรเลือกปฎิบัติด้วยเหตุประวัติอำชญำกรรม ทั้งนี้ จะเห็นได้ว่ำกำรสูบบุหรี่นอกทำงกำรที่จ้ำง
          เป็นกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องกับงำน โดยจะต้องพิจำรณำลักษณะงำนเป็นกรณีไปด้วย
                  นอกจำกนี้ จะเห็นได้ว่ำ กฎหมำยหลำยมลรัฐที่เกี่ยวกับกำรห้ำมเลือกปฏิบัติด้วยเหตุแห่งกำรสูบบุหรี่นั้น

          มีข้อยกเว้น หำกนำยจ้ำงสำมำรถแสดงให้เห็นได้ว่ำ กำรปฏิบัติต่อบุคคลแตกต่ำงกันด้วยเหตุสูบบุหรี่นั้น มีเหตุผลด้วย
          ควำมสุจริต (Bona fide) ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบกับกรณีกำรใช้ประวัติอำชญำกรรมมำเป็นปัจจัยในกำรปฏิบัติต่อบุคคล

          แตกต่ำงกันในมิติกำรจ้ำงแรงงำนแล้ว จะเห็นได้ว่ำมีหลักกำรคล้ำยคลึงกัน กล่ำวคือ นำยจ้ำงอำจปฎิบัติต่อบุคคล
          แตกต่ำงกันด้วยเหตุแห่งกำรมีประวัติอำชญำกรรม หรือมีพฤติกรรมสูบบุหรี่ได้ หำกกำรมีประวัติอำชญำกรรมหรือ
          มีพฤติกรรมสูบบุหรี่นั้นเกี่ยวข้องกับต�ำแหน่งงำนที่จะสมัคร เป็นต้น













                                                         510
   506   507   508   509   510   511   512   513   514   515   516