Page 492 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 492

กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ





                       ดังนั้น ในประเด็นที่เกี่ยวกับมำตรำ ๑๒ นั้นศำลตัดสินว่ำ (๑) กำรจ�ำแนกประเภทบุคคล (Classification) ตำม
               มำตรำ 377A นั้นอยู่บนพื้นฐำนควำมแตกต่ำงที่สมเหตุผล (Intelligible Differentia) และ (๒) ควำมแตกต่ำงดังกล่ำว
               มีเหตุผลสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของมำตรำ 377A


                       จะเห็นได้ว่ำ กฎหมำยที่มีหลักกำรปฏิบัติต่อบุคคลแตกต่ำงกันด้วยเหตุแห่งรสนิยมทำงเพศ ยังคงมีผลใช้บังคับ

               ต่อไป ทั้งนี้ เนื่องจำกศำลเห็นว่ำกฎหมำยดังกล่ำวมีเหตุผลสมควรและจ�ำเป็นส�ำหรับสังคมสิงคโปร์ นอกจำกกฎหมำย
               ดังกล่ำวแล้ว กฎหมำยอำญำสิงคโปร์ยังมีประเด็นปัญหำในท�ำนองนี้ เช่น กำรที่กฎหมำยก�ำหนดโทษส�ำหรับกำร
               ประทุษร้ำยทำงเพศที่มีองค์ประกอบว่ำผู้กระท�ำต้องเป็นชำย อันหมำยถึงกำรพิจำรณำลักษณะทำงกำยวิภำคว่ำต้อง

               มีอวัยวะเพศชำยเท่ำนั้น ท�ำให้เกิดปัญหำกรณีที่ผู้กระท�ำเป็นผู้หญิง เช่น จำกกรณีข่ำว “ผู้หญิงโดยก�ำเนิดอำยุ ๔๐ ปี
               ใช้ชีวิตอย่ำงผู้ชำย รับสำรภำพต่อศำลฐำนประทุษร้ำยทำงเพศต่อผู้เยำว์โดยใช้เซ็กส์ทอยและนิ้วของตน ศำลยกฟ้องจ�ำเลย
               โดยระบุว่ำมำตรำในกฎหมำยอำญำที่ถูกฟ้องนั้นใช้กับผู้ชำยซึ่งหมำยถึงบุคคลที่มีองคชำติ ไม่อำจตีควำมไปถึงผู้หญิงได้

                                                                577
               ดังนั้น จ�ำเลยจึงถูกพิพำกษำลงโทษฐำนอื่นที่มีโทษเบำกว่ำ”

                       หำกเปรียบเทียบกฎหมำยสิงคโปร์กับกฎหมำยอินเดีย ซึ่งมีกฎหมำยก�ำหนดโทษส�ำหรับชำยที่มีกำรกระท�ำ
               ทำงเพศกับชำย (Sodomy Law) เช่นเดียวกับสิงคโปร์ โดยกฎหมำยเหล่ำนี้มีที่มำตั้งแต่สมัยอำณำนิคมของอังกฤษ
               อย่ำงไรก็ตำม พบว่ำศำลอินเดียพิจำรณำแล้วเห็นว่ำหลักกฎหมำยดังกล่ำวขัดต่อหลักควำมเท่ำเทียมกันตำมรัฐธรรมนูญ



                                     578
                       ในคดี Anuj Garg  ศำลอธิบำยว่ำ กฎหมำยมีลักษณะเลือกปฏิบัติด้วยเหตุที่ระบุห้ำมตำมรัฐธรรมนูญ จึงต้อง
               ได้รับกำรพิจำรณำไม่เพียงแต่เฉพำะควำมสมเหตุสมผล (Reasonableness) ตำมรัฐธรรมนูญมำตรำ ๑๔ เท่ำนั้น แต่ยัง

               ต้องพิจำรณำอย่ำงละเอียดรอบคอบ (Strict Scrutiny) ดังนั้น ศำลเห็นว่ำ บทบัญญัติที่ก�ำหนดโทษอำญำส�ำหรับกำร
               กระท�ำทำงเพศที่กระท�ำโดยชำยต่อชำยด้วยกันนั้น ส่งผลกระทบอย่ำงไม่ได้สัดส่วนต่อบุคคลเนื่องจำกเหตุแห่งรสนิยม
               ทำงเพศ จึงขัดต่อคุณค่ำและศักดิ์ศรีของควำมเป็นมนุษย์ตำมรัฐธรรมนูญ บทบัญญัติของกฎหมำยที่ก�ำหนดควำมผิด

               ส�ำหรับบุคคลบนพื้นฐำนของศีลธรรมในมุมมองของรัฐนั้น เป็นกำรฝ่ำฝืนต่อหลักควำมเท่ำเทียมกันตำมรัฐธรรมนูญอินเดีย



                                          579
                       ในคดี Naz Foundation  ศำลอินเดียตัดสินว่ำกฎหมำยลักษณะนี้ขัดต่อหลักควำมเท่ำเทียมกันตำมรัฐธรรมนูญ
               “กำรก�ำหนดโทษอำญำส�ำหรับกำรกระท�ำทำงเพศระหว่ำงชำยกับชำย แม้โดยภำยนอกแล้วมีลักษณะเป็นกลำง โดยมิได้
               มุ่งเป้ำที่อัตลักษณ์ของบุคคลแต่มุ่งที่พฤติกรรม จึงไม่เป็นกำรมุ่งเป้ำหมำยที่ไม่เป็นธรรมต่อกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง อย่ำงไรก็ตำม

               พฤติกรรมทำงเพศที่อยู่ในควำมควบคุมของกฎหมำยนี้มีควำมเกี่ยวข้องเฉพำะกับบำงกลุ่มของสังคม นั่นคือ กลุ่มผู้รักเพศ
               เดียวกัน (Homosexual) ในฐำนะเป็นชนชั้นหนึ่งในสังคม





                      577
                           ศำลลอดช่องพิพำกษำยกฟ้องทอมข่มขืนเด็กสำวเหตุไม่ใช่ชำย สืบค้นจำก http://www.dailynews.co.th/foreign/
               391638 14 เมษำยน 2559
                      578
                            From “Anuj Garg & Ors v. Hotel Association of India & Ors [2007]” INSC 1226: AIR 2008 SC 663
               (Supreme Court of India)
                      579
                              From “Naz Foundation v. Government of NCT of Delhi” WP(C) No.7455/2001, 2 July 2009 (High Court
               of Delhi)




                                                               491
   487   488   489   490   491   492   493   494   495   496   497