Page 491 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 491

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ




                                                        574
                  คดี Tan Eng Hong v. Attorney-General



                  โจทก์ถูกด�ำเนินคดีข้อหำมีเพศสัมพันธ์กับคนเพศเดียวกัน ตำมกฎหมำยอำญำ (Section 377A of the
           Penal Code) โจทก์ต่อสู้ว่ำกฎหมำยดังกล่ำวละเมิดสิทธิในชีวิตร่ำงกำยตำมรัฐธรรมนูญ มำตรำ ๙ และขัดต่อหลัก
           ควำมเท่ำเทียมกัน (Equal Protection) ตำมรัฐธรรมนูญ มำตรำ ๑๒


                  ส�ำหรับประเด็นกำรละเมิดสิทธิในควำมเป็นมนุษย์นั้น มีประเด็นว่ำ กำรรักเพศเดียวกัน (Homosexuality)
           ซึ่งจัดเป็นรสนิยมทำงเพศชนิดหนึ่ง (Sexual Orientation) นั้นถือเป็นคุณลักษณะที่ติดตัวมนุษย์ตำมธรรมชำติหรือไม่

           ศำลเห็นว่ำ ประเด็นนี้เป็นปัญหำข้อเท็จจริง ทนำยควำมของโจทก์ได้อ้ำงถึงค�ำพิพำกษำต่ำงประเทศหลำยคดีที่ตัดสิน
                                                                 575
           ว่ำกำรรักเพศเดียวกันเป็นคุณลักษณะที่ติดตัวมนุษย์ตำมธรรมชำติ  อย่ำงไรก็ตำม ศำลเห็นว่ำค�ำพิพำกษำศำลต่ำง
           ประเทศยังไม่เป็นกำรเพียงพอหำกปรำศจำกพยำนหลักฐำนที่แสดงถึงควำมถูกต้องของข้อเท็จจริง เมื่อพิจำรณำจำก
           หลักฐำนทำงวิทยำศำสตร์แล้ว ศำลเห็นว่ำยังไม่เป็นที่สรุปได้ว่ำกำรรักเพศเดียวกันเป็นคุณสมบัติที่ติดตัวของมนุษย์
           (Inconclusive) ดังนั้น กฎหมำยที่ก�ำหนดโทษส�ำหรับกำรมีควำมสัมพันธ์ระหว่ำงเพศเดียวกันจึงไม่มีควำมเชื่อมโยง

           กับคุณลักษณะติดตัวของมนุษย์และไม่ขัดต่อสิทธิพื้นฐำนตำมรัฐธรรมนูญ

                                                                                                   576
                  ส�ำหรับประเด็นที่ว่ำ กฎหมำยอำญำขัดต่อหลักควำมเท่ำเทียมกันตำมรัฐธรรมนูญมำตรำ ๑๒ หรือไม่นั้น   จะ
           เห็นได้ว่ำ กฎหมำยอำญำสิงคโปร์ มำตรำ 377A ก�ำหนดควำมผิดเฉพำะกำรมีเพศสัมพันธ์หรือกำรกระท�ำที่ไม่เหมำะสม
           ทำงเพศ (Indecency) ระหว่ำงชำยกับชำย แต่ไม่ครอบคลุมถึงกำรกระท�ำระหว่ำงชำยกับหญิง และหญิงกับหญิง จึง

           มีประเด็นว่ำกฎหมำยดังกล่ำวเลือกปฏิบัติและขัดต่อหลักควำมเท่ำเทียมกันหรือไม่ ศำลในคดีนี้เห็นว่ำ วัตถุประสงค์
           ของมำตรำนี้สะท้อนให้เห็นตั้งแต่กฎหมำยปี ค.ศ. ๑๙๓๘ ซึ่งมุ่งควบคุมกำรกระท�ำที่ไม่เหมำะสมระหว่ำงชำยซึ่งฝ่ำย
           นิติบัญญัติเห็นว่ำเป็นกำรกระท�ำอันไม่พึงประสงค์ วัตถุประสงค์ของกฎหมำยมีควำมสมเหตุสมผลเมื่อพิจำรณำจำก

           กำรจ�ำแนกประเภทบุคคลผู้กระท�ำควำมผิด กำรจ�ำแนกประเภทดังกล่ำวสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของกฎหมำยจึง
           มีควำมได้สัดส่วน ดังนั้น กำรก�ำหนดควำมผิดเฉพำะพฤติกรรมทำงเพศระหว่ำงชำยกับชำยตำมกฎหมำยนี้มีเหตุผล
           สมควรและได้สัดส่วน จึงไม่ขัดต่อหลักควำมเท่ำเทียมกันตำมรัฐธรรมนูญ







                 574      From “Tan Eng Hong v. Attorney-General [2012]”4 SLR 476
                 575      HJ (Iran) v. Secretary of State for the Home Department and another action [2011] 1 AC596 (“ HJ

          (Iran)”); Vriend v. Alberta [1998] 1 SCR 493 (“Vriend”); Leung TC William Roy v. Secretary for Justice[2006] 4
          HKLRD 211 (“Leung”); NazFoundation v. Government of NCT of Delhi and OthersWP(C) No 7455 of 2001 (2 July
          2009) (“Naz Foundation”); Perry v. Schwarzenegger 704 F Supp2d 921 (ND Cal 2010) (“Perry”); Sunil Babu Pant
          and Others v. NepalGovernment, Office of the Prime Minister and Council of Ministers and Others[2008] NLJLJ
          262 (“Sunil Babu Pant ”); and The National Coalition for Gay and Lesbian Equality v. The South African Human
          Rights Commission (1999) 1 SA 6 (“National Coalition”)
                 576      ประเด็นที่ศำลต้องพิจำรณำเกี่ยวกับมำตรำ  377A  ภำยใต้รัฐธรรมนูญมำตรำ  ๑๒  นั้นมีสองประเด็นที่ส�ำคัญคือ  “(a)

          whether the classification [adopted in s 377A] is founded on an intelligible differentia; and (b) whether the differ-
          entia bears a rational relation to the object sought to be achieved by s 377A”



                                                         490
   486   487   488   489   490   491   492   493   494   495   496