Page 177 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 177
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑ มาตรา ๕
มาตรา ๑๒ มาตรา ๑๓ (๑) (๒) (๗) มาตรา ๑๔ มาตรา ๑๗ และมาตรา ๘๕ เป็นบทบัญญัติว่าด้วยสถานภาพของ
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หลักประกันในการท�างานของพนักงานมหาวิทยาลัย อ�านาจหน้าที่ของมหาวิทยาลัย รายได้
ของมหาวิทยาลัย หลักประกันในทรัพย์สินที่ใช้ประโยชน์เกี่ยวกับการศึกษาของมหาวิทยาลัย และบทเฉพาะกาล
รองรับการด�าเนินการกรณีที่ต�าแหน่งข้าราชการและลูกจ้างของส่วนราชการในมหาวิทยาลัยว่างลง บทบัญญัติ
ดังกล่าวจึงเป็นบทบัญญัติที่ก�าหนดสาระส�าคัญเกี่ยวกับการบริหารงานบุคคล ทรัพย์สิน และรายได้ของจุฬาลงกรณ์
มหาวิทยาลัย เพื่อให้การบริหารจัดการจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยมีความเป็นอิสระและมีความคล่องตัว สอดคล้อง
กับหลักการบริหารจัดการของหน่วยงานในก�ากับของรัฐซึ่งไม่เป็นส่วนราชการและรัฐวิสาหกิจ ตามเจตนารมณ์ของ
พระราชบัญญัติจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พ.ศ. ๒๕๕๑ โดยบทบัญญัติดังกล่าวใช้บังคับแก่บุคคลที่เกี่ยวข้องตามที่
กฎหมายก�าหนดโดยเสมอกันและไม่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
ไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ แต่อย่างใด
๓.๕.๒ แนวค�าพิพากษาศาลปกครองเกี่ยวกับหลักความเสมอภาคและการเลือกปฏิบัติ
ในส่วนนี้จะได้ชี้ให้เห็นแนวค�าพิพากษาของศาลปกครองที่เกี่ยวกับหลักความเสมอภาคและการเลือก
ปฏิบัติ
๑) การที่เจ้าพนักงานที่ดินไม่ออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายในที่ดินบนเกาะภูเก็ต ไม่เป็นการเลือก
ปฏิบัติ (ค�าพิพากษาศาลปกครองสูงสุดที่ ฟ.๘ – ฟ.๑๐/๒๕๔๖)
ผู้ฟ้องคดีเป็นผู้ครอบครองและท�าประโยชน์ในที่ดินจังหวัดภูเก็ต ได้ยื่นค�าขอออกโฉนดที่ดินเป็นการ
เฉพาะรายต่อเจ้าพนักงานที่ดินจังหวัดภูเก็ต ซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินมีค�าสั่งไม่รับค�าขอออกโฉนดที่ดินเป็นการเฉพาะรายให้
ผู้ฟ้องคดี เนื่องจากจังหวัดภูเก็ตเป็นเกาะต้องห้ามมิให้ออกโฉนดตามข้อ ๑๔ (๓) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ ( พ.ศ.
๒๕๓๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติให้ใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ. ๒๔๙๗ ผู้ฟ้องคดีเห็นว่า ข้อ ๑๔ (๓) ของกฎ
กระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ที่ห้ามมิให้มีการออกโฉนดที่ดินส�าหรับที่ดินที่เกาะมีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติ
ที่ไม่เป็นธรรมกับผู้ฟ้องคดีและประชาชนที่ครอบครองและท�าประโยชน์ในที่ดินที่ตั้งอยู่บนเกาะภูเก็ต จึงน�าคดีมาฟ้อง
ขอให้เพิกถอนข้อ ๑๔ (๓) ของกฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ
ศาลปกครองสูงสุดโดยที่ประชุมใหญ่วินิจฉัยว่า บทบัญญัติมาตรา ๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราช
อาณาจักรไทยที่บัญญัติให้บุคคลได้รับการคุ้มครองจากรัฐธรรมนูญโดยเสมอกัน เป็นการวางหลักการให้รัฐปฏิบัติต่อ
บุคคลบนพื้นฐานความเสมอภาคเท่าเทียมกัน โดยไม่ออกหลักเกณฑ์ให้มีผลปฏิบัติที่ไม่เสมอภาคแก่บุคคลที่เหมือนกัน
ในสาระส�าคัญอย่างเดียวกัน หรือออกหลักเกณฑ์ให้มีผลปฏิบัติต่อบุคคลแตกต่างกันในสาระส�าคัญที่แตกต่างกันออกไป
ตามลักษณะเฉพาะของแต่ละบุคคล การที่กฎกระทรวง ฉบับที่ ๔๓ (พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ ก�าหนดให้การออกโฉนดที่ดินในที่
เกาะใช้บังคับกับกรณีการครอบครองที่ดินที่เกาะ ซึ่งผู้ครอบครองยังมิได้มีหลักฐานการครอบครองทุกแห่งเสมอเหมือน
กัน มิได้มีการเลือกปฏิบัติกับผู้ครอบครองรายหนึ่งรายใดหรือเกาะหนึ่งเกาะใดเป็นการเฉพาะ กฎกระทรวงดังกล่าวจึง
ไม่ขัดต่อหลักความเสมอภาคของรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด ดังนั้น บทบัญญัติในข้อ ๑๔ (๓) ของกฎกระทรวงฉบับที่ ๔๓
(พ.ศ. ๒๕๓๗)ฯ จึงชอบด้วยกฎหมายแล้ว
176

