Page 172 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 172
กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
ระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วย
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ เฉพาะหลักการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคลเพราะ
เหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องความพิการ ตามมาตรา ๓๐ วรรคสาม จึงเป็นเรื่องหรือประเด็นที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่
เคยพิจารณาวินิจฉัยมาก่อนตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๑๕ ศาลรัฐธรรมนูญจึงมีค�าสั่งรับค�าร้องนี้ไว้พิจารณาวินิจฉัย
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓
มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ หรือไม่ พิจารณาแล้วเห็นว่า ภายหลังจากที่
ศาลรัฐธรรมนูญได้มีค�าวินิจฉัยที่ ๑๖/๒๕๔๕ ว่า พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ.
๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) ไม่มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
๒๕๔๐ มาตรา ๓๐ แล้ว ประเทศไทยได้ให้สัตยาบันอนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการ (Convention on the Rights of
Persons with Disabilities: CRPD) ของสหประชาชาติ เมื่อวันที่ ๒๙ กรกฎาคม ๒๕๕๑ ซึ่งมีผลบังคับให้ประเทศไทย
ต้องปฏิบัติตามพันธกรณีที่ระบุไว้ในอนุสัญญาดังกล่าวตั้งแต่วันที่ ๒๘ สิงหาคม ๒๕๕๑ เป็นต้นมา และท�าให้หน่วย
งานของรัฐมีหน้าที่ตามพันธกรณี ข้อ 27 (a ) ที่ก�าหนดว่า ห้ามการเลือกปฏิบัติเพราะเหตุแห่งความพิการในทุกด้าน
ที่เกี่ยวกับการจ้างงาน รวมถึงเงื่อนไขในการคัดเลือกบุคคล การว่าจ้าง และการจ้างงาน การจ้างงานอย่างต่อเนื่อง
ความก้าวหน้าในอาชีพการงาน และสภาพการท�างานที่ถูกสุขอนามัยและปลอดภัย และ (g) ที่ก�าหนดให้ว่าจ้างคน
พิการเข้าท�างานในหน่วยงานภาครัฐ ดังนั้น การที่หน่วยงานของรัฐจะก�าหนดหลักเกณฑ์ในการรับบุคคลเข้าท�าหน้าที่
ในต�าแหน่งใด ย่อมต้องค�านึงถึงพันธกรณีตามอนุสัญญาดังกล่าวด้วย
การที่พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง
(๑๐) ให้ผู้สมัครสอบคัดเลือก ผู้สมัครทดสอบความรู้ หรือผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกพิเศษเพื่อบรรจุเป็นข้าราชการ
ตุลาการและแต่งตั้งให้ด�ารงต�าแหน่งผู้ช่วยผู้พิพากษา ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม “...มีกายหรือจิตใจ
ไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ...” นั้น ค�าว่า “กายหรือจิตใจไม่เหมาะสม” อยู่ในกรอบความหมายของ
ค�าว่า “คนพิการ” ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ พ.ศ. ๒๕๕๐ ซึ่งสอดคล้องกับ
อนุสัญญาว่าด้วยสิทธิคนพิการของสหประชาชาติ โดยมีลักษณะเป็นการก�าหนดลักษณะทางกายและจิตใจที่ไม่
เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการไว้อย่างกว้างขวางไม่มีขอบเขตที่ชัดเจน น�าไปสู่การใช้ดุลพินิจที่ส่งผลให้เกิด
การเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมได้ในที่สุด กฎหมายที่จ�ากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลนั้น ต้องมีขอบเขตชัดเจน
แน่นอน เช่น อาจก�าหนดว่า มีลักษณะทางกายและจิตใจที่ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่เป็นข้าราชการตุลาการได้เพียงใด
เป็นต้น เพื่อให้ประชาชนทราบว่ากฎหมายดังกล่าวต้องการจ�ากัดสิทธิและเสรีภาพในเรื่องใดบ้าง และต้องสอดคล้อง
กับหลักแห่งความได้สัดส่วนพอเหมาะพอควรแก่กรณี ค�านึงถึงประโยชน์สาธารณะหรือประโยชน์ของสังคมโดยรวม
มากกว่าประโยชน์ขององค์กร
พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) จึง
เป็นบทบัญญัติที่เปิดโอกาสให้มีการใช้ดุลพินิจกว้างขวางเกินความจ�าเป็น อันอาจจะส่งผลให้มีการเลือกปฏิบัติโดย
ไม่เป็นธรรมต่อคนพิการได้ การก�าหนดคุณสมบัติและลักษณะต้องห้ามที่มีลักษณะเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม
ต่อคนพิการไว้ในขั้นตอนการรับสมัครบุคคลเพื่อสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการตุลาการ โดยให้เป็นดุลพินิจของ ก.ต. ใน
การพิจารณาความเหมาะสมของบุคคลที่จะให้มีสิทธิสมัครสอบคัดเลือกเป็นข้าราชการตุลาการหรือไม่นั้น เป็นการ
ตัดสิทธิคนพิการตั้งแต่ต้น โดยไม่เปิดโอกาสให้คนพิการสามารถสอบคัดเลือกได้อย่างเท่าเทียมกับบุคคลทั่วไป และ
171

