Page 173 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 173
ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ
ไม่มีโอกาสแสดงความรู้ความสามารถอย่างแท้จริงที่เกี่ยวข้องกับต�าแหน่งงานนั้นเสียก่อน ทั้งภารกิจหลักตามอ�านาจ
หน้าที่ของผู้พิพากษาศาลยุติธรรม คือ การพิจารณาพิพากษาอรรถคดีให้เป็นไปโดยยุติธรรมตามรัฐธรรมนูญและ
กฎหมาย และต้องนั่งพิจารณาโดยครบองค์คณะ ความพิการจึงมิได้เป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติหน้าที่ของผู้จะเป็น
ข้าราชการตุลาการ ที่จะมีผลต่อการให้ความเป็นธรรมแก่คู่ความหรือผู้เกี่ยวข้อง พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการ
ฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) ในส่วนที่บัญญัติให้ผู้สมัครสอบคัดเลือกเพื่อ
บรรจุเป็นข้าราชการตุลาการต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามว่า “มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็น
ข้าราชการตุลาการ” จึงขัดต่อสิทธิของคนพิการในการเข้าท�างานบนพื้นฐานที่เท่าเทียมกับบุคคลทั่วไปตามอนุสัญญา
ว่าด้วยสิทธิคนพิการของสหประชาชาติ และเป็นการเลือกปฏิบัติต่อบุคคลโดยไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความ
แตกต่างในเรื่องความพิการ ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ วรรคสาม
ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓
มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) เฉพาะในส่วนที่บัญญัติว่า “...มีกายหรือจิตใจไม่เหมาะสมที่จะเป็นข้าราชการตุลาการ...”
ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ วรรคสาม
๑๖) ค�าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๗/๒๕๕๕
ประเด็นเกี่ยวกับหลักความเท่าเทียมกันและการเลือกปฏิบัติที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในคดีนี้ คือ ประมวล
รัษฎากร มาตรา ๔๐ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ประกอบมาตรา ๕๗ ตรีและมาตรา ๕๗ เบญจ มีปัญหา
เกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๓ ประกอบมาตรา ๒๙ และมาตรา ๓๐ หรือไม่
ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้องเห็นว่าประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๐ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘) ประกอบ
มาตรา ๕๗ ตรี ที่บัญญัติให้น�าเงินได้พึงประเมินของภริยาเป็นเงินได้ของสามี ท�าให้สามีภริยาต้องเสียภาษีเพิ่มขึ้นจาก
ตอนที่ต่างฝ่ายต่างแยกยื่นเมื่อยังไม่มีการสมรส และมาตรา ๕๗ เบญจ ที่บัญญัติให้เฉพาะภริยาที่มีเงินได้พึงประเมิน
ตามมาตรา ๔๐ (๑) สามารถแยกยื่นรายการและเสียภาษีต่างหากจากสามี โดยมิให้ถือว่าเป็นเงินได้ของสามีตาม
มาตรา ๕๗ ตรี มีปัญหาเกี่ยวกับความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๓ โดยสร้างความไม่เป็นธรรมด้านภาระภาษี
และเป็นการกระทบกระเทือนหรือจ�ากัดเสรีภาพในการประกอบอาชีพของหญิงมีสามี รวมทั้งเป็นการจ�ากัดสิทธิและ
เสรีภาพของบุคคลที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้โดยไม่จ�าเป็นตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๙ และยังเป็นการเลือกปฏิบัติโดย
ไม่เป็นธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องสถานะของบุคคล โดยมิได้เป็นมาตรการที่รัฐก�าหนดขึ้นเพื่อขจัด
อุปสรรคหรือส่งเสริมให้บุคคลสามารถใช้สิทธิและเสรีภาพได้เช่นเดียวกับบุคคลอื่นตามรัฐธรรมนูญมาตรา ๓๐ วรรคสี่
ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า ประมวลรัษฎากร มาตรา ๔๐ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) (๗) และ (๘)
เป็นบทบัญญัติที่จ�าแนกเงินได้พึงประเมินออกเป็นประเภทต่าง ๆ ไว้ เพื่อประโยชน์ในการจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคล
ธรรมดา ไม่มีข้อความใด ๆ อันมีลักษณะเป็นการกระทบกระเทือนหรือจ�ากัดเสรีภาพในการประกอบกิจการหรือ
ประกอบอาชีพของบุคคล และมิได้กระทบต่อสาระส�าคัญแห่งสิทธิและเสรีภาพของบุคคลตามที่รัฐธรรมนูญรับรองไว้
อีกทั้งมิได้เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรมต่อบุคคล จึงไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา ๔๓ ประกอบมาตรา
๒๙ และมาตรา ๓๐
172

