Page 171 - รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ เรื่อง กฎหมายว่าด้วยความเสมอภาคและการไม่เลือกปฏิบัติ
P. 171

ส�ำนักงำนคณะกรรมกำรสิทธิมนุษยชนแห่งชำติ






                ๑๔) ค�าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑/๒๕๕๑


                   ผู้เช่าซื้อรถยนต์ของกลาง ยื่นค�าร้องขอคืนรถยนต์ต่อศาลอาญา โดยอ้างว่าไม่มีส่วนร่วมหรือรู้เห็นเป็นใจ

          ให้มีการน�ารถยนต์ดังกล่าวไปใช้ในการกระท�าความผิดตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดแต่อย่างใด รวมทั้งอ้างว่าการ
          ริบรถยนต์ดังกล่าวตามพระราชบัญญัติมาตรการในการปราบปรามผู้กระท�าความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ. ๒๕๓๔

          มาตรา ๓๐ วรรคสองและวรรคสี่ เป็นบทบัญญัติที่ขัดหรือแย้งกับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
          ๒๕๔๐ มาตรา ๓๐... ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่า ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาแล้วเห็นว่า กฎหมายดังกล่าวเป็นบทบัญญัติ
          ที่ก�าหนดกระบวนการทางกฎหมายเพื่อเปิดโอกาสให้บุคคลผู้เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ถูกศาลสั่งริบในคดียาเสพติด

          สามารถพิสูจน์ได้ว่าตนไม่มีโอกาสทราบ หรือไม่มีเหตุอันควรสงสัยว่าจะมีการกระท�าความผิดและจะมีการน�าทรัพย์สิน
          ดังกล่าวไปใช้ในการกระท�าความผิด หรือได้ใช้เป็นอุปกรณ์ให้ได้รับผลในการกระท�าความผิด หรือมีไว้เพื่อใช้ในการ

          กระท�าความผิด ใช้สิทธิร้องคัดค้านค�าร้องขอให้ริบทรัพย์สินของพนักงานอัยการได้ จึงเป็นบทบัญญัติแห่งกฎหมาย มี
          ผลใช้บังคับต่อบุคคลเป็นการทั่วไปโดยเสมอกันไม่ได้ยกเว้นให้ใช้บังคับกับบุคคลใดบุคคลหนึ่ง หรือท�าให้บุคคลไม่ได้
          รับความเสมอกันในกฎหมายหรือไม่ได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายเท่าเทียมกัน และไม่เป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่

          เป็นธรรมต่อบุคคลแต่อย่างใด บทบัญญัติดังกล่าวจึงไม่ขัดหรือแย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช
          ๒๕๔๐ มาตรา ๓๐






                ๑๕) ค�าวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญที่ ๑๕/๒๕๕๕



                   ประเด็นเกี่ยวกับหลักความเท่าเทียมกันและการเลือกปฏิบัติที่ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยในคดีนี้ คือ พระราช
          บัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) มีปัญหาเกี่ยวกับ
          ความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ มาตรา ๓๐ หรือไม่

                   ผู้ตรวจการแผ่นดิน ผู้ร้องได้ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ มาตรา ๒๔๕ (๑) กรณี
          ได้รับหนังสือร้องเรียนจากนาย ศ. ว่า ได้ไปสมัครทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการตุลาการ แต่ส�านักงาน

          ศาลยุติธรรมแจ้งว่า ก.ต. มีมติไม่รับสมัครโดยให้เหตุผลว่าสภาพร่างกายและจิตใจไม่เหมาะสมต่อการปฏิบัติหน้าที่
          ข้าราชการตุลาการ ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรค
          หนึ่ง (๑๐) ซึ่งผู้ร้องเรียนและผู้ร้องเห็นว่าการตัดสิทธิสอบบุคคลด้วยเหตุผลดังกล่าว ถือเป็นการเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็น

          ธรรมเพราะเหตุแห่งความแตกต่างในเรื่องสภาพทางกายหรือความพิการ บทบัญญัติแห่งกฎหมายดังกล่าวจึงขัดหรือ
          แย้งต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐
                   ประเด็นพิจารณาเบื้องต้นกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีค�าวินิจฉัยที่ ๑๖/๒๕๔๕ ว่า พระราชบัญญัติระเบียบ

          ข้าราชการฝ่ายตุลาการศาลยุติธรรม พ.ศ. ๒๕๔๓ มาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง (๑๐) ไม่มีปัญหาด้วยความชอบด้วย
          รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ มาตรา ๓๐ นั้น แต่เนื่องจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร
          ไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๓๐ วรรคสาม ได้บัญญัติข้อความว่า “ความพิการ” เพิ่มเติม อันเป็นหลักการส�าคัญที่

          แตกต่างจากรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ เมื่อผู้ร้องเสนอเรื่องให้วินิจฉัยว่า พระราชบัญญัติ






                                                        170
   166   167   168   169   170   171   172   173   174   175   176