Page 71 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 71

P a ge  | 59


                       2.2.4 กลุมคนหรือชุมชนกับการเปนผูทรงสิทธิมนุษยชน: กรณีของสิทธิชุมชน


                       แตเดิมนักวิชาการเห็นวาสิทธิมนุษยชน เปนสิทธิของปจเจกบุคคลแตละคนที่มีมาตั้งแตเกิด มนุษยทุก

               คนเมื่อเกิดมาแลวยอมถือวาตองไดรับความคุมครองจากรัฐทุกรัฐในโลกเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เชน สิทธิในชีวิต

               สิทธิในรางกาย สิทธิในทรัพยสิน เสรีภาพในการแสดงออก การเคลื่อนไหว การไมเลือกปฏิบัติดานเชื้อชาติ สี
               ผิว เปนตน จะเห็นวาสิทธิหรือเสรีภาพเหลานี้เปนสิทธิที่มนุษยแตละคนมีสิทธิอางเพื่อใชยันกับรัฐใดๆ ให

               คุมครองสิทธิขั้นพื้นฐานของตนไดเมื่อถูกละเมิดสิทธิ


                       ในเวลาตอมาจึงมีการนําแนวคิดของสิทธิเชิงกลุมที่ปรากฏอยูในมาตรา 1 ของกติการะหวางประเทศ

               วาดวยสิทธิทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรมในป 1966 ไปใชคุมครองชุมชนทองถิ่นดั้งเดิม (Indigenous

               Peoples’ Rights) และเมื่อสิทธิในชวงที่สามไดมีการกลาวถึง ไมวาจะเปนสิทธิในการพัฒนา สิทธิในสันติภาพ
               ซึ่งเปนสิทธิรวมกัน (Collective Right) หรือแนวคิด Solidarity Right เกิดขึ้นมาทําใหสิทธิชุมชน

               (Community Rights) ไดรับการพัฒนาขึ้นมาเชนกัน


                       ลาสุดในป ค.ศ. 2007 องคการสหประชาชาติไดจัดใหมีการประชุมรับรองปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิ

               ของชนพื้นเมืองขึ้น โดยมี 143 ประเทศลงคะแนนใหการรับรองปฏิญญาฉบับนี้ โดยปฏิญญาฉบับนี้สรางความ
               ชัดเจนถึงสิทธิของชนพื้นเมืองมากยิ่งขึ้นมีทั้งสิทธิที่เปนสิทธิเชิงกลุม (Collective Right) และสิทธิเชิงปจเจก

               (Individual Right) ที่กลาวไวในปฏิญญาฉบับนี้


                       ก.  ชนพื้นเมือง (Indigenous Peoples)



                          ชนพื้นเมือง ตามนัยขององคการสหประชาชาติ หมายถึง ประชาชนกลุมแรก กลุมชนเผา คน
               พื้นเมืองดั้งเดิม และชนพื้นเมืองแตเริ่มแรกซึ่งมีความตอเนื่องของประวัติศาสตรกอนที่จะมีการรุกราน และ

               กอนที่สังคมอาณานิคมจะเขาไปในพื้นที่นั้นๆ ชนพื้นเมืองมีความแตกตางจากสวนของสังคมปจจุบัน ที่มี

               อภิสิทธิ์มากกวาในดินแดนซึ่งชนพื้นเมืองไดอยูมากอน แตผูมารุกรานในปจจุบันกลับไมไดพิจารณาชนพื้นเมือง
               เขารวมเปนสวนหนึ่งของสังคม ชนพื้นเมืองเหลานี้ยังดํารงชีวิตตามจารีตประเพณีของตน มุงมั่นที่จะปกปอง

               รักษา พัฒนา และถายทอดดินแดนที่ตกทอดอัตลักษณของชนพื้นเมืองใหกับชนรุนถัดไป แมวาการปรากฏตัว
               ขึ้นของบุคคลกลุมอื่นจะมีผลตอวัฒนธรรม สังคมและระบบกฎหมายก็ตาม



                       ข.  เปรียบเทียบสิทธิของชนพื้นเมืองตามปฏิญญาฯ


                              ปฏิญญาฯ ไดบัญญัติไวชัดเจนวาชนพื้นเมืองมีสิทธิทั้งเชิงกลุมและเชิงปจเจกบุคคลตามที่

               กําหนดไวในกฎหมายระหวางประเทศดานสิทธิมนุษยชน และในปฏิญญาฉบับนี้ยังไดระบุสิทธิตางๆของชน
               พื้นเมืองโดยแบงแยกวาสิทธิใดเปนสิทธิเชิงกลุมและเปนสิทธิเชิงปจเจกบุคคล ดังตารางเปรียบเทียบ
   66   67   68   69   70   71   72   73   74   75   76