Page 63 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 63
P a ge | 51
กลาวโดยสรุป จากการไดศึกษาอนุสัญญาระหวางประเทศวาดวยสิ่งแวดลอมตางๆ เห็นไดวาปจจุบัน
ยังไมมีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมไวอยางชัดเจนในระดับกติกาสากล แตไดมีการกลาวถึงความเชื่อมโยง
ระหวางการมีชีวิตของมนุษยและสิ่งแวดลอม ตลอดจนมีการตระหนักถึงสิทธิของชนพื้นเมืองไวในอนุสัญญา
หลายฉบับ นอกจากนี้ สิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมเชิงกระบวนการอันเปนเครื่องมือสําคัญในการขับเคลื่อนไปสู
การคุมครองสิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมเชิงเนื้อหายังไดมีการบัญญัติรับรองและกําหนดเปนพันธกรณีไวใน
อนุสัญญาจํานวนมาก
2.2 ประเด็นที่ยังมีขอถกเถียงในทางวิชาการ
2.2.1 สิทธิในสิ่งแวดลอมในฐานะสิทธิมนุษยชนโดยเอกเทศ
ในอดีตกฎหมายสิทธิมนุษยชนระหวางประเทศ (International Human Rights Law) กับกฎหมาย
สิ่งแวดลอมระหวางประเทศ (International Environmental Law) ตางมีพัฒนาการไปคนละแนวทางแยก
จากกันเปนอิสระ แนวคิดที่กฎหมายระหวางประเทศทั้งสองประเภทนี้เริ่มจะมาบรรจบผสานกันเกิดขึ้นชัดเจน
เมื่อป ค.ศ. 1972 ปรากฏตามปฏิญญาสตอกโฮลม ซึ่งระบุวา “การคุมครองและการปรับปรุงสิ่งแวดลอมของ
63
มนุษยเปนประเด็นสําคัญซึ่งจะสรางความกินดีอยูดีของปวงชน” ซึ่งทําใหการคุมครองสิ่งแวดลอมมีแนวคิด
เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนปรากฏอยูดวยคราวแรก และเริ่มปรากฏชัดเจนตอมาในตราสารระหวางประเทศทั้งตรา
สารที่เกี่ยวของกับสิทธิมนุษยชนระหวางประเทศ และตราสารสิ่งแวดลอมระหวางประเทศ ทั้งในระดับสากล
และในระดับภูมิภาค
ตามที่ไดกลาวไวขางตนวา สิทธิในสิ่งแวดลอมนั้น เปนสิทธิมนุษยชนชวงที่สาม ที่ปจจุบันยังขาดการ
ยอมรับในวงวิชาการและการปฏิบัติของนานาอารยประเทศวาเปนสิทธิในฐานะสิทธิมนุษยชนอยางเต็มรูปเปน
เอกเทศ จะมีบางประเทศอาจยอมรับและใหการคุมครองไวบางแตยังมีจํานวนจํากัด ซึ่งการยอมรับมีสวนดีใน
แงของการคุมครองสิทธิเหลานั้นใหกลายเปนสิทธิขั้นพื้นฐานของกลุมหรือของปจเจกบุคคลที่อยูเหนือกวา
กฎหมายระดับพระราชบัญญัติและใหศักดิ์ทางกฎหมายเทียบเทากฎหมายรัฐธรรมนูญของประเทศ ดังนั้น
กฎหมายใดๆ ที่ขัดตอสิทธิมนุษยชนในชวงที่สามยอมตองถูกลบลางหรือยกเลิกเพิกถอนออกไป แตสวนเสียก็มี
อยูมากโดยเฉพาะสิทธิในสิ่งแวดลอมซึ่งเปนสิทธิที่กระทบกับสิทธิอื่นๆ ที่อยูขางเคียงและมีสวนสัมพันธกับสิทธิ
ทางแพง เชน สิทธิในความเปนเจาของ สิทธิครอบครองและใชสอยทรัพย ฯลฯ ผลที่เกิดขึ้นหากมีบุคคลหรือ
กลุมใดๆ อางตอรัฐเพื่อใหคุมครองสิทธิในสิ่งแวดลอมใหตนหรือกลุมอยูในสิ่งแวดลอมที่ดี ยอมหมายความวา
หากคําวาสิ่งแวดลอมที่ดีถูกตีความใหมีมาตรฐานสูงแลว รัฐยอมมีคาใชจายจํานวนมากในการจัดการ
63 Report of the U.N. Conference on the Human Environment, Declaration of the U.N. Conference
on the Human Environment, U.N. Doc. A/CONF.48/14/Rev.1, p. 3 (June 5–16, 1972).

