Page 50 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 50

38 | P a ge


               หนึ่งในภูมิภาคดังกลาว และการทําลายหรือทําใหเสื่อมโทรมซึ่งสิ่งแวดลอมเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชนไดใน

               ตัวเอง


                       นอกจากนี้ ปฏิญญาสตอกโฮลมยังเปนรากฐานใหเกิดพัฒนาการทางแนวคิดในการนําเอากลไกของ

               สิทธิเชิงกระบวนการมาใชคุมครองสิ่งแวดลอม ดังสะทอนใหเห็นในปฏิญญาริโอ ซึ่งนอกจากจะรับรองหลักการ

               และแนวคิดตางๆ ของปฏิญญาสตอกโฮลมแลว ยังมีการบัญญัติรับรองสิทธิเชิงกระบวนการเพื่อนํามาใชเปน

               เครื่องมือในการคุมครองสิ่งแวดลอมอีกทางหนึ่งดวย


                       2.1.3.2 บทบาทของตราสาร Soft Law ตอพัฒนาการดานสิทธิเชิงกระบวนการ

                       “สิทธิ” ประกอบดวยสิทธิเชิงเนื้อหาและสิทธิเชิงกระบวนการ เมื่อแนวคิดเรื่องสิทธิในสิ่งแวดลอมซึ่ง

               เปนสิทธิเชิงเนื้อหาไมไดรับแรงสนับสนุนจากรัฐตางๆในการประชุมที่กรุงสตอกโฮลม ทําใหนักวิชาการจํานวน

               หนึ่งหันมาพิจารณาการนําเอากลไกทางสิทธิมนุษยชนมาใชเพื่อคุมครองสิ่งแวดลอมผานทางสิทธิเชิง

                                                                                                      33
               กระบวนการ เนื่องจากสิทธิเชิงกระบวนการสามารถเปนเครื่องมือเพื่อนําไปสูการคุมครองสิทธิเชิงเนื้อหาได

                                 34
                       ปฏิญญาริโอ  ซึ่งเปนตราสาร Soft Law ทางกฎหมายสิ่งแวดลอมระหวางประเทศที่เกิดขึ้นภายหลัง
               ปฏิญญาสตอกโฮลมไดยอมรับถึงความสําคัญของการมีสวนรวมของสาธารณชนในการจัดการสิ่งแวดลอม โดย

               ใน Principle 10 ไดมีการบัญญัติรับรองสิทธิในกระบวนการไวอยางชัดแจง ทั้งสิทธิในการเขาถึงขอมูลขาวสาร

               สิทธิในการมีสวนรวมในกระบวนการตัดสินใจดานสิ่งแวดลอม และสิทธิในการเขาถึงความยุติธรรมดาน

               สิ่งแวดลอม


                       สิทธิเชิงกระบวนการภายใตปฏิญญาริโอ 3 ประการขางตนนั้น ไดมีการบัญญัติรับรองไวในอนุสัญญา

               ทางสิ่งแวดลอมอีกหลายฉบับ จนนํามาสูการลงนามของรัฐตางๆในอนุสัญญาวาดวยการเขาถึงขอมูลขาวสาร

                                                                                                        35
               การมีสวนรวมสาธารณะในการตัดสินใจ และการเขาถึงความยุติธรรมในคดีสิ่งแวดลอม หรืออนุสัญญาอารฮูส

                       สิทธิเชิงกระบวนการเหลานี้ลวนเปนสิทธิมนุษยชนที่ไดมีการรับรองไวอยูแลวในกฎหมายสิทธิ

               มนุษยชนระหวางประเทศ เชน สิทธิในการเขาถึงขอมูลขาวสาร ตาม Article 19  และสิทธิในการมีสวนรวม
                                                                                  36


                       33  Dinah Shelton, Human Rights and the Environment: What Specific Environmental Rights Have
               Been Recognized?, 35 Denv. J. Int’l L. & Pol’y 129 (2006-2007), at 132.

                       34  Rio Declaration on Environment and Development 1992.

                       35  Convention on Access to Information, Public Participation in Decision-making and Access to
               Justice in Environmental Matters (Aarhus Convention) 1998.

                       36  Universal Declaration of Human Rights, Article 19
   45   46   47   48   49   50   51   52   53   54   55