Page 46 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 46

34 | P a ge


               ระหวางการคุมครองสิ่งแวดลอมและสิทธิมนุษยชน โดยมีการเสนอใหจัดทําพิธีสารเพิ่มเติมอนุสัญญายุโรปวา

               ดวยสิทธิมนุษยชน เพื่อรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมไวเปนการเฉพาะในป ค.ศ. 1972, 1973, 1978 และ 1987

               มาอยางตอเนื่อง แตจนถึงปจจุบันขอเสนอดังกลาวยังไมประสบความสําเร็จ เนื่องจากยังมีการถกเถียงกันอยูถึง

               ขอบเขตและเนื้อหาแหงสิทธิ อีกทั้งรัฐภาคีตางประสบปญหาทางสิ่งแวดลอมภายในประเทศของตน จึงเกรงวา

               หากมีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมเปนสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่งขึ้นมา อาจกอใหเกิดปญหาการรองเรียน

                                                25
               เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนเพิ่มขึ้น

                       แมแนวคิดการรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมใหมีฐานะเปนสิทธิมนุษยชนเปนการเฉพาะยังไมไดรับการ

               ยอมรับในระดับภูมิภาคยุโรป แตกลไกของสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคยุโรปไดถูกนํามาใชเพื่อคุมครอง

               สิ่งแวดลอม เนื่องจากคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและศาลสิทธิมนุษยชนแหงยุโรปตางยอมรับในความสําคัญ

               ของคุณภาพสิ่งแวดลอมที่มีตอการดํารงชีวิตของมนุษย ความเสื่อมโทรมของสิ่งแวดลอมหรือมลภาวะยอม

               สงผลเสียและกระทบตอสิทธิมนุษยชนตางๆที่ไดรับการรับรองภายใตอนุสัญญายุโรปวาดวยสิทธิมนุษยชน ไม

               วาจะเปนสิทธิในชีวิต (Right to Life) สิทธิในความเปนสวนตัวและชีวิตครอบครัว (Right to Private and

               Family Life) และสิทธิในการมีความสุขกับการเปนเจาของทรัพยสินอยางสงบ (Right to the Peaceful

               Enjoyment of One’s Possessions)


                       แนวคิดของภูมิภาคยุโรปในการอาศัยกลไกทางสิทธิมนุษยชนเปนเครื่องมือสําหรับคุมครองสิ่งแวดลอม

               ไมไดมีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมขึ้นมาเปนสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่งเปนการเฉพาะ แตจะเปนการอาศัย

               สิทธิมนุษยชนที่มีอยูแลวมาปรับใชกับกรณีทางสิ่งแวดลอมตางๆ หากการเสื่อมโทรมของสิ่งแวดลอมหรือการ

               กอใหเกิดมลภาวะสงผลกระทบตอการดํารงชีวิตหรือการใชสิทธิของมนุษยซึ่งไดรับการรับรองภายใตอนุสัญญา

               ยุโรปวาดวยสิทธิมนุษยชนขางตน กรณีดังกลาวยอมถือวามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน
                                                                                    26
                       แนวคิดเชนนี้มีขอจํากัดคือ ลําพังการทําใหสิ่งแวดลอมเสื่อมโทรมหรือการกอใหเกิดมลภาวะเพียง


               เทานั้น ยังไมถือวาเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในทันที แตตองปรากฏดวยวาการทําใหสิ่งแวดลอมเสื่อมโทรม
               หรือการกอมลภาวะดังกลาวนั้นไดสงผลเสียตอชีวิต รางกาย สุขภาพ หรือการดํารงชีวิตของมนุษยถึงขนาดที่


               เปนการละเมิดสิทธิในชีวิต หรือสิทธิมนุษยชนอื่นภายใตอนุสัญญายุโรปวาดวยสิทธิมนุษยชนแลว ซึ่งจะพบวา
               กรณีปญหาทางสิ่งแวดลอมจํานวนมาก ความเสียหายตอคุณภาพชีวิตของมนุษยจะยังไมปรากฏขึ้นทันทีที่มีการ





                       25  Dinah Shelton, Human Rights, Environmental Rights, and the Right to Environment, 28 Stan. J.
               Int’l L. 103 (1991-1992), at 132-133.

                       26  เชน คดี Oneryildiz v. Turkey (2004), EHRR. และคดี Lopez Ostra v. Spain (1994). เปนตน
   41   42   43   44   45   46   47   48   49   50   51