Page 43 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 43

P a ge  | 31


                       ทั้งนี้ แมสิทธิเชิงกระบวนการจะเปนสิทธิคนละประเภทกับสิทธิเชิงเนื้อหา แตสิทธิเชิงกระบวนการก็

               เปนเครื่องมือสําคัญในการขับเคลื่อนเพื่อนําไปสูสิทธิเชิงเนื้อหา การที่ปฏิญญาริโอไดมีการกลาวถึงสิทธิเชิง
               กระบวนการไวอยางชัดเจนเชนนี้แสดงใหเห็นถึงพัฒนาการในระดับสากลของสิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดลอม และ

               สิทธิเชิงกระบวนการเหลานี้ยังมีลักษณะเดียวกันกับสิทธิมนุษยชนเชิงกระบวนการดวย


                       นอกจากนี้ ประเด็นของสิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมที่ปฏิญญาริโอไดมีเพิ่มเติมขึ้นมาจากปฏิญญา

               สตอกโฮลม ไดแก สิทธิของชนพื้นเมืองและชุมชนทองถิ่นในการจัดการและพัฒนาสิ่งแวดลอมซึ่งไดถูกกลาวถึง
               ใน Principle 22 อันแสดงใหเห็นถึงการตระหนักในความสัมพันธใกลชิดระหวางชนพื้นเมืองและธรรมชาติ ทั้ง

               ยังตระหนักถึงความสําคัญของภูมิปญญาและธรรมเนียมปฏิบัติของชนพื้นเมืองเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมดวย



                       กลาวโดยสรุป ปฏิญญาริโอยังไมไดมีการรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมไวโดยตรง และยังไมมีการกลาวถึง
               สิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมในฐานะเปนสิทธิมนุษยชน แตจะเปนการตระหนักถึงความสัมพันธระหวางสิ่งแวดลอม

               และมนุษย ไมวาจะเปนมนุษยในยุคปจจุบันหรือชนรุนหลัง ตลอดจนตระหนักถึงบทบาทของชนพื้นเมืองและ
               ชุมชนทองถิ่นซึ่งมีวิถีชีวิตและวัฒนธรรมใกลชิดกับสิ่งแวดลอมดวย นอกจากนี้ ปฏิญญาริโอยังไดมีการกลาวถึง

               สิทธิเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมเชิงกระบวนการไวอยางชัดแจง อันเปนสิทธิที่มีบทบาทในการขับเคลื่อนไปสูสิทธิ

               เกี่ยวกับสิ่งแวดลอมเชิงเนื้อหาตอไป


               2.1.3 บทบาทของตราสาร Soft Law ดานสิ่งแวดลอม ตอพัฒนาการทางแนวคิดในการคุมครองสิทธิ

               มนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดลอม


                       ภายหลังสงครามโลกครั้งที่สองไดยุติลง ประเทศทั้งหลายตางไดรับผลกระทบจากสงครามและเริ่ม

               ตระหนักถึงความสําคัญของการคุมครองสิทธิมนุษยชน นํามาสูการรับรองปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชน

               หรือ Universal Declaration of Human Rights (UDHR) ในป ค.ศ. 1948


                       ในยุคนั้น เปาหมายหลักของการคุมครองสิทธิมนุษยชนคือมนุษย ประเด็นการคุมครองสิ่งแวดลอมยัง

               ไมถูกกลาวถึงในบริบทของการคุมครองสิทธิมนุษยชนแตอยางใด จนกระทั่งเมื่อมีการจัดทําปฏิญญา

               สตอกโฮลมในป ค.ศ. 1972 การคุมครองสิ่งแวดลอมจึงเริ่มปรากฏอยางเดนชัดในตราสาร Soft Law ระหวาง
                                                                                                  19
               ประเทศ

                       ทั้งนี้ ถึงแมสถานะของ ตราสาร Soft Law จะไมมีผลผูกพันรัฐใด แตปฏิญญาสตอกโฮลมและปฏิญญา


               ริโอก็มีบทบาทสําคัญอยางมากตอพัฒนาการในการคุมครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดลอม ทั้งในระดับ


                       19  Sumudu Atapattu, The Right to a Healthy Ife or the Right to Die Polluted?: The Emergence of a
               Human Right to a Healthy Environment Under International Law, 16 Tul. Envtl. L.J. 65 (2002-2003), at 67-
               68.
   38   39   40   41   42   43   44   45   46   47   48