Page 38 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 38

26 | P a ge


               กติกา การดําเนินการของรัฐภาคีที่จะรวมมือในระดับระหวางประเทศในการสงเสริมสิทธิตามกติกา การหาม

               การตีความ บทบัญญัติเพื่อจํากัดหนาที่ของกลไกสหประชาชาติที่กําหนดไวตามกฎบัตรและธรรมนูญของ
               องคกร รวมทั้งการไมตีความในทางที่จะจํากัดสิทธิในการใชประโยชนจากทรัพยากรธรรมชาติ



                         จ.  อนุสัญญาวาดวยการขจัดการเลือกประติบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ (Convention on
                             the Elimination of All Forms of Racial Discrimination - CERD)



                            อนุสัญญาวาดวยการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบประกอบดวยวรรค
               อารัมภบท และบทบัญญัติ 25 ขอ ซึ่งแบงเปน 2 สวนสําคัญ ดังนี้  1) คําจํากัดความตางๆ เชน  “การเลือก

               ปฏิบัติทางเชื้อชาติ” วาหมายถึงการจําแนก การกีดกัน การจํากัด หรือการเอื้ออํานวยพิเศษ เพราะเชื้อชาติ สี

               ผิว เชื้อสาย หรือชาติกําเนิด หรือเผาพันธุ โดยไมรวมถึงการปฏิบัติที่แตกตางระหวางบุคคลที่เปนพลเมืองและ
               ไมใชพลเมือง นโยบายของรัฐภาคีและการดําเนินมาตรการเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติในทุกรูปแบบ

               เชน การหามการโฆษณาชวนเชื่อ การประกันสิทธิอันเทาเทียมกันของบุคคลภายใตกฎหมาย ทั้งในดานสิทธิ
               พลเมือง สิทธิทางการเมือง สิทธิทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม การเยียวยาเมื่อถูกละเมิด การให

               ความสําคัญดานมาตรการในการศึกษา วัฒนธรรม และขอมูลเพื่อขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ 2)

               คณะกรรมการการขจัดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ และการจัดทํารายงานของรัฐภาคี การปฏิบัติงานและการ
               รับเรื่องรองเรียนของคณะกรรมการ



                         ฉ.  อนุสัญญาตอตานการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษที่โหดรายไรมนุษยธรรม
                             หรือย่ํายีศักดิ์ศรี (Convention against Torture and Other Cruel, Inhuman or

                             Degrading Treatment or Punishment - CAT)


                              อนุสัญญาฉบับนี้มีขึ้นเพื่อวัตถุประสงคในการระงับและยับยั้งการทรมาน โดยในเนื้อหาของ

               อนุสัญญาดังกลาวไดกําหนดความหมายของ การทรมาน วาหมายถึงการกระทําใดก็ตามโดยเจตนาที่ทําใหเกิด
               ความเจ็บปวดหรือความทุกขทรมานอยางสาหัสไมวาทางกายภาพหรือทางจิตใจตอบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ดวย

               ความมุงประสงค เพื่อใหขอสนเทศหรือคําสารภาพจากบุคคลนั้นหรือบุคคลที่สาม การลงโทษบุคคลนั้นสําหรับ

               การกระทําซึ่งบุคคลนั้นหรือบุคคลที่สามกระทํา หรือถูกสงสัยวาไดกระทํา รวมทั้งการบังคับขูเข็ญ โดยมุงเนน
               ไปที่การกระทําหรือโดยความยินยอมของเจาหนาที่รัฐหรือบุคคลอื่น ซึ่งปฏิบัติหนาที่ในตําแหนงทางการ



                            อนุสัญญาตอตานการทรมานและการประติบัติหรือการลงโทษอื่นที่โหดรายไรมนุษยธรรม
               หรือย่ํายีศักดิ์ศรี ประกอบดวยวรรคอารัมภบท และบทบัญญัติ 33 ขอ ซึ่งแบงออกเปน 3 สวน ดังนี้



                              (ขอบทที่ 1-16) กําหนดเกี่ยวกับคํานิยามของ "การทรมาน" บทบัญญัติวาดวยการกําหนดให
               การทรมานเปนความผิดที่ลงโทษไดตามกฎหมายอาญา เขตอํานาจที่เปนสากลเกี่ยวกับความผิดเกี่ยวกับการ

               ทรมาน และหลักการสงผูรายขามแดน
   33   34   35   36   37   38   39   40   41   42   43