Page 40 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 40

28 | P a ge


                                                                                          13
               ประชาชนเพื่อความเสียหายทางสิ่งแวดลอมอันเกิดจากการที่รัฐละเลยหนาที่ดังกลาวนั้น  โดยลักษณะของ
               สิทธิในสิ่งแวดลอมจะเปนการคุมครองประชาชนทั้งในลักษณะที่เปนปจเจกชน (Individual) เชนเดียวกับการ
                                                                     14
               คุมครองสิทธิมนุษยชน และในลักษณะที่เปนกลุม (Collective)  ในปจจุบัน ไดมีการเชื่อมโยงประเด็นการ
               ทําลายสิ่งแวดลอมเขากับประเด็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนตางๆ เชน สิทธิในการมีชีวิต หรือสิทธิในสุขภาพ

               โดยมีนักวิชาการ ตลอดจนองคคณะซึ่งพิจารณาขอพิพาทระหวางประเทศจํานวนหนึ่งมองวาสิ่งแวดลอมเปน
               เงื่อนไขสําคัญประการหนึ่งของการมีชีวิตที่ดีและการมีสุขภาพที่ดีของมนุษย รัฐจึงมีหนาที่ในการคุมครอง

                                                                          15
               สิ่งแวดลอมเพื่อใหการคุมครองสิทธิมนุษยชนเปนไปอยางมีประสิทธิภาพ

                       แมจะมีการเชื่อมโยงการคุมครองสิ่งแวดลอมเขากับการคุมครองสิทธิมนุษยชน โดยการอางอิงผาน

               สิทธิมนุษยชนที่มีอยูแลว แตก็ยังมีการถกเถียงในทางวิชาการถึงการเกิดขึ้นของสิทธิในสิ่งแวดลอมซึ่งมีสถานะ
               เปนสิทธิมนุษยชนโดยเอกเทศ  กลาวคือ หากในปจจุบันมีการยอมรับหรือรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอม จะทําให
                                        16
               เมื่อประชาชนไดรับความเสียหายจากการที่สิ่งแวดลอมถูกทําลายหรือถูกทําใหเสื่อมโทรมลง ผูเสียหายสามารถ

               กลาวอางวามีการละเมิดสิทธิมนุษยชนไดโดยตรง โดยไมจําตองอาศัยการอางอิงวาการทําลายสิ่งแวดลอมนั้น
               กระทบตอสิทธิในการมีชีวิต สิทธิในสุขภาพ หรือสิทธิมนุษยชนประเภทอื่น เพราะการละเมิดสิทธิใน

                                                           17
               สิ่งแวดลอมเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชนในตัวเองแลว

                       2.1.2 ตราสาร Soft Law ระหวางประเทศที่วางหลักการสากลกวางๆ เกี่ยวกับความสัมพันธ

                   ระหวางมนุษยกับสิ่งแวดลอม


                        ในระดับกติกาสากลระหวางประเทศนั้น พัฒนาการของการคุมครองสิ่งแวดลอมเริ่มตนจากตราสาร

               Soft Law ระหวางประเทศโดยเริ่มมีพัฒนาการที่เดนชัดเมื่อมีการจัดทําปฏิญญาสากลวาดวยสิ่งแวดลอมของ
               ม นุ ษ ย  ค .ศ . 1972 (The Declaration of the United Nations Conference on the Human




                       13   J.T.  McClymonds,  The Human Right  to a Healthy Environment: An International  Legal

               Perspective, 37 N. Y. L. Sch. L. Rev. 583 (1992), at 583.

                       14  See Stephen P. Marks, Emerging Human Rights: A New Generation for the 1980s?, 33 Rutgers L.
               Rev. 435 (1981).

                       15  Dinah Shelton, Human Rights and the Environment: Substantive Rights, RESEARCH HANDBOOK
               ON INTERNATIONAL ENVIRONMENTAL LAW (2011), at 265; See Oneryildiz v. Turkey, 39 Eur. H.R. Rep. 12
               (2004).


                       16  Dinah Shelton, Human Rights, Environmental Rights, and the Right to Environment, 28 Stan. J.
               Int’l L. 103 (1991-1992), at 121.

                       17  Sumudu Atapattu, The Right to a Healthy Ife or the Right to Die Polluted?: The Emergence of a
               Human Right to a Healthy Environment Under International Law, 16 Tul. Envtl. L.J. 65 (2002-2003), at 73.
   35   36   37   38   39   40   41   42   43   44   45