Page 34 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 34
22 | P a ge
(3) สิทธิในการพัฒนา (Right to Development) มีโอกาสบิดเบือนมาก
สิทธิในการพัฒนา โดยเฉพาะอยางยิ่งสิทธิในการพัฒนาตามมาตรา 1 วรรคแรก ประกอบ
มาตรา 2 แหงปฏิญญาสหประชาชาติวาดวยสิทธิในการพัฒนา พยายามอธิบายวาสิทธิในการพัฒนาเปนสิทธิ
ของมนุษยคนหนึ่งๆ ที่มีสิทธิที่จะไดรับการสงเสริมหรือคุมครองดานการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมเพื่อนําไปสู
การพัฒนาตนเอง รัฐตางๆ มีหนาที่ในการกําหนดนโยบายการพัฒนาประเทศใหมีความเหมาะสมเพื่อปรับปรุง
ชีวิตความเปนอยูของประชาชนหรือปจเจกบุคคลทั้งปวงในประเทศ แมถอยคําภาษาอังกฤษของปฏิญญาฉบับ
นี้จะดูมีความกํากวมไมชัดเจนวาจะคุมครองสิทธิของปจเจกบุคคลคนหนึ่งๆ รวมกันเปนกลุม หรือจะคุมครอง
สิทธิของกลุม แตประเทศกําลังพัฒนาในทวีปแอฟริกา ไดนําไปบัญญัติไวในมาตรา 22 วรรคแรก แหงกฎบัตร
แอฟริกัน (African Charter) เกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนกลับใชถอยคําเกี่ยวกับสิทธิในการพัฒนาวา “All
peoples shall have the right to their economic social and cultural development…” กลาวคือ
สิทธิของประชาชนทั้งกลุมซึ่งอาจกอใหเกิดการตีความที่บิดเบือนไปได
(4) หนาที่ตอผูทรงสิทธิมนุษยชนเปนของใคร
ตามทฤษฎีของกฎหมายเมื่อกฎหมายใหผูใดมีสิทธิ (Rights) ยอมกอใหเกิดหนาที่ตามมา
(Duties) พรอมกับสิทธินั้นๆ คําถามก็คือวา เมื่อกําหนดใหกลุมของประชาชนมีสิทธิมนุษยชนเชิงกลุม ใครจะ
เปนผูมีหนาที่ในการคุมครองสิทธิ หากกลุมผูทรงสิทธิเปนรัฐหรือเปนประเทศทั้งประเทศที่ถูกละเมิดสิทธิ
มนุษยชนเชิงกลุม ใครจะเปนผูมีหนาที่คุมครองสิทธิมนุษยชนของประเทศนั้นๆ ซึ่งโดยปกติหากบุคคลคนใด
เรียกรองใหคุมครองสิทธิมนุษยชนของตน รัฐที่ผูนั้นสังกัดมีหนาที่ตองใหความคุมครอง แตหากกลุมคนใน
ประเทศนั้นๆ เปนผูทรงสิทธิทั้งประเทศ รัฐใดจะตองใหความคุมครองในเมื่อรัฐทุกรัฐตางมีความเทาเทียมกันไม
มีรัฐใดอยูเหนือรัฐใด แมองคการระหวางประเทศอยางเชน องคการสหประชาชาติก็มิไดเปนองคการที่อยูเหนือ
รัฐอื่นๆ หากประเทศกําลังพัฒนาเรียกใหประเทศพัฒนาแลวใหความคุมครองสิทธิในการพัฒนาของตนก็
เทากับวา ประเทศกําลังพัฒนายอมรับวาประเทศพัฒนามีอํานาจเหนือตนแลวหรือไม และจะนําไปสูหลักการ
ใหมที่วาผูที่พัฒนากวา ยอมตองคุมครองผูดอยพัฒนากวาตนหรือไม และหลักการนี้จะตองพัฒนามาเปน
หลักการตามกฎหมายภายในที่จะกําหนดใหประชาชนผูพัฒนามากกวาเปนผูรับผิดชอบคุมครองประชาชน
ผูพัฒนาดอยกวาดวยหรือไม ปญหาเหลานี้ยังคงเปนปญหาตอไปยังไมมีที่สิ้นสุดในการใชสิทธิมนุษยชนเชิงกลุม
ของสิทธิมนุษยชนชวงที่สามนี้ ผูวิจัยเห็นวาปญหานี้เปนปญหาทางการเมืองระหวางประเทศที่ยังเปนที่โตแยง
กันอยางรุนแรงระหวางประเทศพัฒนาแลวกับประเทศพัฒนานอย อยางในทวีปแอฟริกา จึงทําใหหลักเกณฑ
ทางวิชาการถูกบิดเบือนไปตามการเมืองระหวางประเทศ
สําหรับประเทศไทย การยอมรับสิทธิมนุษยชนในชวงที่สามมาใชปฏิบัติในฐานะสิทธิมนุษยชนอยาง
เต็มรูปนั้น อาจมีสวนดีในแงของการคุมครองสิทธิเหลานั้นใหกลายเปนสิทธิขั้นพื้นฐานของกลุมหรือของปจเจก
บุคคล ที่อยูเหนือกวากฎหมายระดับพระราชบัญญัติและใหศักดิ์ทางกฎหมายเทียบเทากฎหมายรัฐธรรมนูญ

