Page 33 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 33

P a ge  | 21


                          (1) สิทธิมนุษยชนควรเปนสิทธิของปจเจกบุคคลตามที่มาแตดั้งเดิม


                              สิทธิมนุษยชนในอดีตที่ผานมาแตเดิม อธิบายวาเปนสิทธิของมนุษยคนหนึ่งที่มีมาแตกําเนิด

               ไมมีใครจะยกเลิกเพิกถอนสิทธินี้ไปได สิทธิมนุษยชนจึงมุงคุมครองสิทธิของปจเจกบุคคล คือ สิทธิของคนหนึ่งๆ

               ที่พึงมีพึงได (Individual Interest) ซึ่งสิทธินี้ควรที่จะอยูเหนือกวาสิทธิหรือประโยชนของกลุม (Interest of
               Society) ซึ่งหากตีความไปไกลถึงขนาดสิทธิของกลุมคน ยอมมีโอกาสที่จะตองตีความไปถึงขั้นสิทธิรวมกันของ

               กลุมคนของทั้งรัฐหรือทั้งประเทศที่จะกลายเปนประเด็นเกี่ยวกับผลประโยชนดานสังคม เศรษฐกิจของประเทศ
               อันจะไมใชเรื่องสิทธิมนุษยชนแตเพียงอยางเดียว และกอใหเกิดการบิดเบือนสําหรับการคุมครองสิทธิมนุษยชน

               ที่พึงจะเปน แมในภายหลังจะมีสิทธิบางประการที่ไดรับการคุมครองอยางเชนสิทธิมนุษยชน เชน สิทธิของชน

               กลุมนอย สิทธิทางวัฒนธรรม (Cultural Rights) และสิทธิในการกําหนดเจตจํานงของตนเอง (Right to Self-
               Determination) แตสิทธิเหลานี้ก็มีความแตกตางจากสิทธิมนุษยชนในชวงที่สาม ตรงที่สิทธิเหลานี้มี

               องคประกอบสําคัญรวมกัน (Collective Element) ขณะที่สิทธิในชวงที่สามเปนสิทธิที่เปนสวนประกอบของ

               สิทธิสวนตน (Individual Component) ของแตละคน เสียมากกวาสิทธิที่มีองคประกอบรวมกัน จึงมีผูกลาว
               วา สิทธิของประชาชน (Peoples Rights) คือ สิทธิของปจเจกบุคคลที่กระทําในฐานะที่เปนหนึ่งในสมาชิกของ

                    11
               สังคม  จึงทําใหสิทธิในชวงที่สามมีความตางกับสิทธิที่เปน Collective Right ที่เคยเกิดขึ้นมากอนหนานี้

                          (2) ผูทรงสิทธิในสิทธิเชิงกลุมมีความไมแนนอน



                              นิยามของสิทธิมนุษยชนเทาที่ผานมา ผูทรงสิทธิมีความชัดเจนคือปจเจกบุคคล ขณะที่สิทธิ
               มนุษยชนเชิงกลุมยังคงมีความไมแนนอนในแงของผูทรงสิทธิวาเปนปจเจกบุคคล หรือกลุมบุคคลใด ใครจะเปน

               ผูมีสวนไดเสียบางของสิทธิเชิงกลุมเชนนี้ ในเชิงกฎหมายจะมีความยากที่จะระบุลงไปวาใครคือผูทรงสิทธิใน
               สิทธิเชิงกลุมเชนวานั้น หากกําหนดใหมีสิทธิเชิงกลุมยอมตองมีการกําหนดใหชัดเจนในเรื่องของผูทรงสิทธิแต

               ละกลุม เพราะหากผูทรงสิทธิมีความไมชัดเจนแลว รัฐจะคุมครองสิทธิเชิงกลุมใหแกผูทรงสิทธิผูใดบาง หรือ

               ขอบเขตของกลุมมีความกวางหรือแคบประการใด จะกําหนดอยางไรในทางปฏิบัติใหสอดคลองกับหลักสิทธิ
               มนุษยชนใหมากที่สุด



                              ในทางวิชาการมีความพยายามอธิบายวาผูทรงสิทธิเชิงกลุมจะตองกระทําผานตัวแทน
               (Representative) เทานั้น โดยผูแทนของกลุมจะเปนผูแทนในการอางสิทธิตอรัฐใหตองคุมครองกลุมของตน

               แตแนวคิดนี้ก็มีขอถกเถียงอีกวา ตัวแทนของกลุมไมอาจเปนผูทรงสิทธิเชิงกลุมได เนื่องจากปจเจกบุคคลที่

               รวมกันเปนกลุมตางมีความหลากหลาย ผูแทนของกลุมจะมีคําอธิบายอยางชัดเจนไดอยางไรวา สิทธิที่กลาว
               ขึ้นมาอางตอรัฐนั้นไดถูกกระทบตอปจเจกบุคคลทุกคนรวมกันจริง หรือกระทบเฉพาะบางคนในกลุม




                                                                                nd
                       11  Donnelly, Universal Human Rights in theory and practice, 2  edition. (New York: Cornell
               University Press, 2003): 222
   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37   38