Page 31 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 31

P a ge  | 19


               อธิบายวา แมดินแดนใดจะมีความแตกตางดานวัฒนธรรมหรือสังคม ก็ยังคงตองยอมรับความเปนสากล

               (Universal) ของสิทธิมนุษยชนอยูดี


                       2.2) สิทธิมนุษยชนทุกสิทธินั้นไมสามารถแบงแยกได (Indivisible)  ไมวาจะเปนสิทธิพลเมืองหรือ

               สิทธิทางการเมือง เชน สิทธิในการดํารงชีวิต ความเทาเทียมกันตามกฎหมายและเสรีภาพในการแสดงออก
               สิทธิทางเศรษฐกิจสังคมและวัฒนธรรม เชน สิทธิในการทํางาน สิทธิที่จะไดรับสวัสดิการสังคม และสิทธิ

               ทางการศึกษา หรือ สิทธิของสวนรวม อยางสิทธิในการพัฒนา และสิทธิในการกําหนดเจตจํานงดวยตนเอง
               สิทธิเหลานี้ไมสามารถแบงแยกได เนื่องจากมีความสําคัญเทาเทียมกัน ทั้งจะจัดลําดับความสําคัญก็มิได การ

               ปฏิเสธวาสิทธิมนุษยชนใดสําคัญเหนือกวาสิทธิมนุษยชนใดก็จะกระทบกับสิทธิมนุษยชนอื่นๆ ไปดวย เชน การ

               ที่บุคคลไมไดรับการศึกษาก็จะสงผลใหสิทธิในการทํางาน สิทธิในทางเศรษฐกิจ และสิทธิอื่นๆ ตองถูกกระทบ
               ไปดวย เปนตน การจะเจาะจงวาคุมครองสิทธิหนึ่ง อีกสิทธิหนึ่งจะไมคุมครองก็ทําไมได



                       2.3) สิทธิมนุษยชนมีความเชื่อมโยงและสัมพันธกัน (Interdependent and Interrelated)
               สิทธิมนุษยชนไมวาจะเปนสิทธิใดๆ เชน สิทธิในชีวิต สิทธิทางเศรษฐกิจ สิทธิทางสังคม สิทธิในวัฒนธรรม สิทธิ

               ในการรวมกลุม เสรีภาพในการแสดงความคิด สิทธิเหลานี้จะตองมีความเชื่อมโยงและสัมพันธกันพึ่งพาอาศัย

               กัน พัฒนาและสงเสริมกัน หากสิทธิใดถูกลิดรอนก็จะกระทบกับสิทธิอื่นๆ ดวยอีกเชนกัน หากบุคคลใดถูก
               กระทบสิทธิในสุขภาพในขณะเดียวกันก็อาจถูกกระทบสิทธิในชีวิตไปดวย



                       3)  วิวัฒนาการเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนในชวงเวลาตางๆ


                         ตามที่ไดกลาวไวแลววาสิทธิมนุษยชนมีวิวัฒนาการมาอยางยาวนาน ในทางวิชาการจึงมีผูแบงแยก
                                                             9
               สิทธิมนุษยชนออกเปนชวงระยะเวลาตางๆ 3 ชวงเวลา  เพื่อใหสามารถทําความเขาใจกับวิวัฒนาการของสิทธิ
               มนุษยชนในแงของเชิงทฤษฎีเทานั้น หรือเพื่อกลาวถึงกลุมของวิวัฒนาการที่เกิดขึ้นเทานั้น แตวิธีการแบงแยก

               เชนนี้ยังมีผูไมเห็นดวยอีกหลายกลุม  โดยเฉพาะอยางยิ่งหากพิจารณาวา สิทธิมนุษยชนมีความเปนสากล ไม
                                             10
               อาจแบงแยกได และมีความสัมพันธกัน ยิ่งทําใหไมอาจแบงยุคหรือชวงเวลาของสิทธิมนุษยชนไดเลยเพราะสิทธิ

               มนุษยชนยอมมีมาแตตนเปนสิทธิที่มาแตกําเนิดของมนุษย การนําไปใชอางอิงจะกระทําไดเพียงในวงจํากัด

               อยางไรก็ดี เพื่อใหเกิดความเขาใจในแงของวิวัฒนาการอาจนํามาเปนตัวอยางในการกลาวอางสิทธิมนุษยชน 3
               ชวงระยะเวลาไดดังนี้





                       9  Karel Vasak, "Human Rights: A Thirty-Year Struggle: the Sustained Efforts to give Force of law to

               the Universal Declaration of Human Rights", UNESCO Courier 30:11, Paris: United Nations Educational,
               Scientific, and Cultural Organization, November 1977.

                       10  Algan, Rethinking: Third Generation Human rights, Ankara Law Review, Vol.1 No. 1, 2004 pp
               121-155
   26   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36