Page 32 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 32

20 | P a ge


                              สิทธิมนุษยชนชวงที่ 1  ไดแก สิทธิมนุษยชนที่เกิดขึ้นระหวางชวงศตวรรษที่ 17 ถึงศตวรรษที่

               18 ซึ่งการพิจารณาสิทธิมนุษยชนในยุคนี้ใหความสําคัญกับฐานทางการเมือง (Based on Political
               Concerns) สิทธิมนุษยชนในยุคนี้ จึงมีการแบงออกเปนของสิทธิพลเมือง (Civil Rights) ซึ่งมุงคุมครองสิทธิขั้น

               พื้นฐานของปจเจกบุคคลทางดานกายภาพ หรือศีลธรรม และสิทธิทางการเมือง (Political Rights)  คือสิทธิ

               ของปจเจกบุคคลที่จะมีชีวิตในสังคมและชุมชน เชน สิทธิในการออกเสียงเลือกผูแทน การเขารวมพรรค
               การเมือง การแสดงออกทางการปกครองชุมชน เปนตน


                              สิทธิมนุษยชนชวงที่ 2 เปนสิทธิมนุษยชนที่มีความชัดเจนขึ้นในชวงระยะเวลาถัดมา ซึ่งมีฐาน

               แนวคิดจากความเทาเทียม (Equality) และการประกันการเขาถึงสังคมและเศรษฐกิจ สินคาและบริการซึ่งเริ่ม

               มีการพูดถึงในยุคปฏิวัติอุตสาหกรรม สิทธิในชวงเวลานี้ไดลวงเลยมาจนหลังสงครามโลกครั้งที่สอง มีสิทธิที่
               ไดรับการรับรองเพิ่มเติม ไดแก สิทธิทางสังคม (Social Right)  สิทธิทางเศรษฐกิจ (Economic Right) และ

               สิทธิทางวัฒนธรรม (Cultural Right)


                              สิทธิมนุษยชนชวงที่ 3  ไดแก สิทธิที่มีลักษณะเปนสิทธิเชิงกลุม (Collective Right) โดยมี

               ฐานคิดจากความเปนน้ําหนึ่งใจเดียวกันหรือรวมมือรวมแรงกัน (Solidarity) ของมนุษยในสังคม เริ่มมีแนวคิด

               ตั้งแตชวงที่มีการประชุมระหวางประเทศดานสิ่งแวดลอมในกรุงสตอกโฮลม ประเทศสวีเดน ในป 1972 เชน
               สิทธิในการพัฒนา (Right to Development) สิทธิในสิ่งแวดลอม (Right to Healthy Environment) สิทธิ

               ในสันติภาพ (Right to Peace) สิทธิในการเขาถึงทรัพยากร (Right to Access to Resources)


                       อยางไรก็ดี สิทธิมนุษยชนชวงที่ 3 นั้น ปจจุบันยังขาดการยอมรับในวงวิชาการและการปฏิบัติของ

               นานาประเทศ เนื่องจากระดับการพัฒนาของแตละประเทศยังมีความไมเทาเทียมกัน ประเทศกําลังพัฒนาสวน
               ใหญเห็นวาสิทธิมนุษยชนเชิงกลุมสมควรไดรับการคุมครองในฐานะที่เปนสิทธิมนุษยชนเนื่องจากเปนสิทธิที่คน

               ในชาติของประเทศกําลังพัฒนายังไมไดรับความคุมครองหรือถูกละเมิดมากกวาคนชาติของประเทศพัฒนาแลว

               และการคุมครองสิทธิมนุษยชนสมควรปฏิบัติใหเกิดความเทาเทียมกันทั่วโลกไมวาจะเปนประเทศที่พัฒนาแลว
               หรือประเทศกําลังพัฒนา โดยเฉพาะอยางยิ่งสิทธิในการพัฒนา (Right to Development) ที่ประเทศกําลัง

               พัฒนาตางเรียกรองใหประเทศพัฒนาแลวคุมครองสิทธิเหลานี้ดวย สวนประเทศพัฒนาแลวมิไดปฏิเสธวาสิทธิ
               เหลานี้จะไมไดรับความคุมครองแตกอนที่จะไดรับความคุมครองอยางแทจริง ประเทศกําลังพัฒนาควร

               ดําเนินการคุมครองสิทธิมนุษยชนในชวงที่ 1 และชวงที่ 2 ใหครบถวนสมบูรณอยางแทจริงเสียกอน แลวจึงจะ

               หันมารับรองสิทธิมนุษยชนชวงที่สามใหครบถวนในภายหลัง เนื่องจากประเทศพัฒนาแลวเห็นวาสิทธิมนุษยชน
               ในชวงที่ 1 และชวงที่ 2 นั้นประเทศกําลังพัฒนายังใหความคุมครองไดไมดีพอ แตกลับเรียกรองใหมีการ

               คุมครองสิทธิมนุษยชนเพิ่มเติมอีกจึงยังเปนการไมสมควร ณ ชวงเวลานี้  โดยในทางวิชาการนั้น ฝายที่ไมเห็น

               ดวยมีเหตุผลในเชิงกฎหมายสนับสนุน โดยสรุปเบื้องตน ดังนี้
   27   28   29   30   31   32   33   34   35   36   37