Page 26 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 26
14 | P a ge
1.2) สํานักกฎหมายธรรมชาติ
นักปรัชญาที่ไดรับการยอมรับในอดีตวาเปนนักกฎหมายธรรมชาติ ไดแก โสเครติส,
อริสโตเติล, ฮิวโก โกรติอุส, โธมัส อไควนัส ตางสรางทฤษฎีทั้งหลายที่เกี่ยวกับกฎหมายธรรมชาติขึ้นมา
หลากหลายทฤษฎี โดยเฉพาะโกรติอุส ซึ่งไดรับการยอมรับวาเปนบิดาแหงกฎหมายระหวางประเทศก็ไดให
นิยามวา กฎหมายธรรมชาติคือคําบัญชาในเหตุผลที่ถูกตอง (The Dictate of Right Reason) ที่ชี้วาการ
กระทําอันหนึ่งมีความต่ําทรามในทางศีลธรรม หรือมีความจําเปนในทางศีลธรรมทั้งนี้โดยดูจากวาคุณภาพของ
การกระทํานั้นเปนไปตามธรรมชาติ หรือขัดแยงกับธรรมชาติที่มีเหตุผลของมนุษย อันแสดงใหเห็นวานัก
2
กฎหมายธรรมชาติในยุคแรกก็มีความเห็นวามนุษยไมควรกระทําการที่ต่ําทรามทางศีลธรรมตอกัน
จอหน ล็อก และโธมัส ฮ็อบส ก็เปนนักปรัชญาทางกฎหมายธรรมชาติอีกกลุมหนึ่งที่สราง
ความหมายของสิทธิมนุษยชนไวคอนขางชัดเจนในยุคเริ่มตน โดยสรางทฤษฎีเกี่ยวกับความเปนมนุษยใน
สภาวะธรรมชาติ (Human Beings in a State of Nature) เห็นวา ทั้งผูชายและผูหญิงตางมีเสรีภาพ
สามารถตัดสินใจกระทําหรือไมกระทําอะไรก็ได ตางมีความเทาเทียมกัน ไมมีผูใดมีสิทธิที่จะกําหนดเจตจํานง
3
ของผูอื่น
ดวยแนวคิดของสํานักกฎหมายธรรมชาติ ตางเชื่อวา สิทธิตามธรรมชาติ (Natural Rights)
เปนสิ่งที่สรางความสําคัญใหกับสิทธิมนุษยชน องคกรผูมีอํานาจจะตองคุมครองสิทธิมนุษยชน โดยไมแบงแยก
ชายหญิง หรือเชื้อชาติ และสิทธิตามธรรมชาตินี้ไมอาจโอนใหแกกันได (Inalienable)
สํานักกฎหมายธรรมชาติเปนสํานักตนกําเนิดของแนวคิดดานสิทธิมนุษยชน ซึ่งมีความเห็นใน
ทํานองวา สิทธิมนุษยชนเปนสิทธิที่มาจากศีลธรรม (Moral Rights) ตามธรรมชาติ หรือสิทธิที่ติดตัวมาแต
กําเนิด เมื่อบุคคลถือกําเนิดมา รัฐตางๆ ตองใหความคุมครองสิทธิทางศีลธรรมหรือทางธรรมชาติอันเปนสิทธิ
ขั้นพื้นฐาน ไมมีกฎหมายใดๆ ที่มนุษยสรางขึ้นมาที่จะสามารถลบลางสิทธิมนุษยชนได ขณะที่สํานักกฎหมาย
ฝายบานเมืองเห็นวา แนวคิดของสํานักกฎหมายธรรมชาติเปนอภิปรัชญา (Metaphysical) จนเกินไป หรือเปน
สิ่งที่เลื่อนลอยไมมีหลักชัดเจน ดังนั้น แมสํานักกฎหมายฝายบานเมืองจะยอมรับวารัฐจะตองคุมครองสิทธิ
4
มนุษยชน แตสิทธิมนุษยชนที่รัฐพึงคุมครองจะตองไดรับการบัญญัติออกมาเปนกฎหมายลายลักษณอักษรที่
2 Hugo Grotius, De Jure Belli et Pacis (Book 1, 1689). See also Heinrich Albert Rommen, The
Natural Law: A Study in Legal and Social History and Philosophy (1948).
3 John Locke, The Second Treatise of Government (1952).
4 Jeremy Bentham, “Critique of the Doctrine of Inalienable, Natural Rights,” Anarchical Fallacies
2(1843). Available at http://www.ditext.com/bentham/bentham.html.

