Page 288 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 288

238 | P a g e




                  5) การกระทําฝายเดียวของรัฐ (Unilateral Act)


                  6.4.1 ทฤษฎีการนําสิทธิมนุษยชนระหวางประเทศมาใชในประเทศไทย


                         ทางทฤษฎีในการนํากฎหมายระหวางประเทศมาในบังคับภายในประเทศขึ้นอยูกับระบบกฎหมาย

               ภายในของประเทศนั้นๆ วายอมรับกฎหมายระหวางประเทศเพียงใด ซึ่งตามหลักกฎหมายระหวางประเทศมี

               ทฤษฎีเกี่ยวของ 2 ทฤษฎีใหญ คือ ทฤษฎีเอกนิยม กับ ทฤษฎีทวินิยม


                         ก. ทฤษฎีเอกนิยม (Monist) นั้น เชื่อวากฎหมายระหวางประเทศอยูในระบบเดียวกันกับ

               กฎหมายภายใน เมื่อรัฐทําความตกลงกับรัฐอื่นใดยอมนําความตกลงระหวางประเทศนั้นมาใชบังคับไดโดยทันที
               โดยไมจําเปนตองออกกฎหมายมาอนุวัติการแตอยางใด เพราะถือวาเปนกฎหมายที่อยูในระบบเดียวกัน  แต

               ทฤษฎีนี้ก็ยังมีความแตกตางกันในเรื่องของลําดับศักดิ์ทางกฎหมาย (Hierarchy) ของความตกลงระหวาง

               ประเทศกับกฎหมายภายในวาควรอยูในลําดับชั้นใด  บางประเทศถือวาอยูลําดับชั้นเดียวกับรัฐธรรมนูญ

               กฎหมายภายในอื่นๆ จึงไมสามารถขัดหรือแยง (Over Rule) กับความตกลงระหวางประเทศได บางประเทศ

               ถือวาลําดับเดียวกับกฎหมายที่ออกโดยรัฐสภาและสามารถยกเลิกไดโดยกฎหมายภายในหากเปนไปตามหลัก

               กฎหมายใหมยกเลิกกฎหมายเกา หรือหลักกฎหมายเฉพาะยกเลิกกฎหมายทั่วไป ประเทศที่ยึดทฤษฎีนี้ ไดแก

               ฝรั่งเศส สหรัฐอเมริกา เนเธอรแลนด ฟนแลนด เปนตน

                         ข. ทฤษฎีทวินิยม (Dualist) นั้นเชื่อวา กฎหมายระหวางประเทศกับกฎหมายภายในอยูกันคนละ

               ระบบ การจะนํากฎหมายระหวางประเทศมาใชบังคับภายในประเทศได จําเปนตองออกกฎหมายมาอนุวัติการ

               มิเชนนั้นแลวกฎหมายระหวางประเทศจะไมอาจใชบังคับภายในประเทศได ประเทศที่ยึดระบบนี้จึงยึดติดอยู

               กับการอนุวัติการกฎหมายเปนหลัก หากไมอนุวัติการแลวศาลจะนําความตกลงระหวางประเทศนั้นมาใชในการ

               พิจารณาคดีโดยตรงมิได ทฤษฎีนี้จึงมีความเสี่ยงในการละเมิดกฎหมายระหวางประเทศสูงกวาทฤษฎีแรก

               เพราะหากการอนุวัติการกฎหมายไมครอบคลุมความตกลงระหวางประเทศ รัฐก็อาจขาดฐานทางกฎหมายใน
               การใชอํานาจเพื่อปฏิบัติตามกฎหมายระหวางประเทศนั้นๆ และตองรับผิดชอบตอคูภาคีได สวนลําดับศักดิ์ของ

               ความตกลงระหวางประเทศกับกฎหมายภายใน ไมมีประเด็นตองพิจารณาเพราะอยูกันคนละระบบ จะมี

               ขอพิจารณาตรงที่กฎหมายที่อนุวัติการแลวอาจถูกยกเลิกไดตามหลักกฎหมายใหมยกเลิกกฎหมายเกา หรือ

               หลักกฎหมายเฉพาะยกเลิกกฎหมายทั่วไปไดเชนกัน และอาจเปนไปไดวา กฎหมายที่อนุวัติการมีลําดับศักดิ์ต่ํา

               เชน ออกพระราชกฤษฎีกามาอนุวัติการสนธิสัญญา ปญหาที่เกิดขึ้นก็คือ พระราชกฤษฎีกานั้นอาจถูกยกเลิก
               โดยพระราชบัญญัติซึ่งมีลําดับศักดิ์สูงกวาก็ได และจะยังผลใหประเทศไทยยกเลิกการปฏิบัติตามสนธิสัญญานั้น

               ไปในตัวดวย เพราะไมมีบานทางกฎหมายในการอางเพื่อปฏิบัติตามสนธิสัญญาไดตอไป ประเทศที่ยึดทฤษฎีนี้

               ไดแก สหราชอาณาจักร ประเทศในเครือจักรภพอังกฤษ ประเทศไทย เปนตน
   283   284   285   286   287   288   289   290   291   292   293