Page 287 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 287

P a ge  | 237




                         รัฐธรรมนูญของไทยสองฉบับ คือ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และรัฐธรรมนูญ
                          แหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 บัญญัติเรื่องสิทธิชุมชน แตเปนสิทธิในการมีสวนรวมกับรัฐเพื่อ

                          จัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอม ซึ่งเปนสิทธิเชิงกระบวนการ ไมใชสิทธิเชิงเนื้อหา

                         รัฐธรรมนูญของไทย คือ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ไดบัญญัติเรื่องสิทธิของ
                          บุคคล แตเปนสิทธิในการมีสวนรวมกับรัฐและชุมชนเพื่อจัดการทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดลอม

                          ซึ่งเปนสิทธิเชิงกระบวนการ ไมใชสิทธิเชิงเนื้อหา

                         รัฐธรรมนูญของไทยสองฉบับ คือ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 และรัฐธรรมนูญ
                          แหงราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 บัญญัติเรื่องสิทธิเชิงกระบวนการทั้งสามแบบ ซึ่งไดแก สิทธิใน

                          ขอมูลขาวสาร สิทธิในการมีสวนรวม และสิทธิในการเขาถึงกระบวนการยุติธรรม สําหรับกรณี
                          ทั่วๆ ไป ซึ่งรวมถึงการนํามาใชกับกรณีสิ่งแวดลอมดวย ยกเวน สองกรณีที่บัญญัติไวสําหรับเรื่อง

                          สิ่งแวดลอมเปนการเฉพาะ คือ สิทธิในขอมูลขาวสารและสิทธิมีสวนรวมในการตัดสินใจใน

                          กระบวนการประเมินผลกระทบสิ่งแวดลอม กับ สิทธิของชุมชนในการฟองหนวยงานรัฐหากไม
                          ดําเนินการในการคุมครองสิทธิชุมชนตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด

                         รัฐธรรมนูญของไทย บัญญัติเรื่องหนาที่ของประชาชนในการปกปองสิ่งแวดลอม

                         รัฐธรรมนูญของไทย บัญญัติเรื่องหนาที่ของรัฐในการปกปองสิ่งแวดลอม โดยบัญญัติไวในหมวด
                          แนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐ



               6.4 การนําสิทธิมนุษยชนตามกฎหมายระหวางประเทศมาใชบังคับภายในประเทศไทย


                  ตามที่ไดกลาวไวขางตนวาที่มาของกฎหมายระหวางประเทศมี 5 ประการดังนี้

                  1) อนุสัญญาระหวางประเทศทั้งหลาย (International Conventions) ไมวาเปนการทั่วไปหรือเปนการ

               เฉพาะ ซึ่งเปนกฎเกณฑที่สรางขึ้นโดยรัฐที่เกี่ยวของอยางชัดแจง

                  2) จารีตประเพณีระหวางประเทศ (International Customary Law) ในฐานะที่เปนหลักฐานแหงการ

               ปฏิบัติทั่วไปที่ไดรับการยอมรับนับถือวาเปนกฎหมาย

                  3) หลักกฎหมายทั่วไป (General Principles of Law) ที่ไดรับการยอมรับนับถือโดยนานาอารยประเทศ

                    ทั้งนี้ ภายใตบังคับมาตรา 59 คําพิพากษาของศาล (Judicial Decisions) และคําสอนของผูรอบรู

               (Qualified Publicists) สูงสุดของประเทศตางๆ  ในฐานะที่เปนเครื่องชวยในการวินิจฉัยหลักกฎหมาย

               นอกจากที่มาของกฎหมายระหวางประเทศตามมาตรา 38 แหงธรรมนูญศาลยุติธรรมระหวางประเทศแลว ยังมี
               ที่มาของกฎหมายระหวางประเทศที่เกิดขึ้นมาจากการยอมรับนานาประเทศและศาลยุติธรรมระหวางประเทศ

               ไดวินิจฉัยไวที่สําคัญอีก 2 ประเภท คือ

                  4) ขอมติขององคการระหวางประเทศ (International Organization Resolutions)
   282   283   284   285   286   287   288   289   290   291   292