Page 268 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 268

218 | P a g e




                          อนึ่ง แมในคดี Yanomami v. Brazil จะยังไมมีการเชื่อมโยงประเด็นสิ่งแวดลอมเขากับสิทธิ

               มนุษยชนอยางชัดแจงก็ตาม แตตอมาในรายงานวาดวยสถานการณสิทธิมนุษยชนในประเทศเอกวาดอร
               (Report on the Situation of Human Rights in Ecuador) ซึ่งจัดทําโดยคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหง

               ภูมิภาคอเมริกาในป 1997 ไดมีการกลาวไวในรายงานอยางชัดเจน ถึงความสัมพันธระหวางสิทธิในชีวิตและ

               คุณภาพของสิ่งแวดลอม โดยชวงเวลาในการจัดทํารายงานดังกลาว คือป 1997 ก็อยูในชวงเวลาที่ใกลเคียงกับ

               การตัดสินในคดี Lopez-Ostra v. Spain และ Oneryildiz v. Turkey ของภูมิภาคยุโรป จึงสามารถกลาวได

               วาพัฒนาการของสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดลอมของภูมิภาคยุโรปและภูมิภาคอเมริกา เปนไปในทิศทางเดียวกัน
               ในชวงเวลาดังกลาว


                       •  ภูมิภาคแอฟริกา



                          สําหรับภูมิภาคแอฟริกานั้น เนื่องจากตราสารดานสิทธิมนุษยชนที่สําคัญของภูมิภาคแอฟริกา

               ไดแก The Banjul Charter มีการบัญญัติรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมเปนสิทธิมนุษยชนประเภทหนึ่งเปนการ
               เฉพาะไวในเนื้อหาของกฎบัตรดังกลาวโดยตรง จึงตางกับกรณีของภูมิภาคยุโรปและภูมิภาคอเมริกา เนื่องจาก

               การทําใหเสื่อมโทรมซึ่งสิ่งแวดลอมสามารถเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชนไดในตัวเอง ไมมีความจําเปนตอง

               อาศัยสิทธิมนุษยชนประเภทอื่นเพื่อเปนฐานในการนําเอากลไกทางสิทธิมนุษยชนมาใชในการจัดการกับปญหา

               สิ่งแวดลอม


                        6.2.1.2 การอาศัยสิทธิในสิ่งแวดลอม


                               ดวยเหตุที่คุณภาพของสิ่งแวดลอมมีความเกี่ยวพันกับคุณภาพชีวิตของมนุษย นักวิชาการ

               บางกลุมจึงเริ่มสนับสนุนแนวคิดในการรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมขึ้นมาเปนสิทธิมนุษยชนอีกประเภทหนึ่งเปน
               การเฉพาะ ซึ่งจะทําใหการคุมครองหรือจัดการกับปญหาสิ่งแวดลอมโดยอาศัยกลไกทางสิทธิมนุษยชนเปนไป

               โดยงาย ไมจําตองอาศัยการอางอิงผานสิทธิมนุษยชนประเภทอื่นและไมจําตองรอจนกระทั่งเกิดผลกระทบตอ

               มนุษยโดยตรงเสียกอนจึงจะถือวามีการละเมิดสิทธิมนุษยชน


                               อยางไรก็ตาม ในภูมิภาคยุโรป ยังไมมีมติเปนที่ยุติวาจะรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมเปนสิทธิ

               มนุษยชนประเภทหนึ่ง กลไกทางสิทธิมนุษยชนในการระงับขอพิพาทเกี่ยวกับสิ่งแวดลอมจึงยังคงตองอาศัย
               สิทธิมนุษยชนประเภทอื่นที่มีอยูแลว ตางกับภูมิภาคอเมริกาที่ภายหลังไดมีการบัญญัติรับรองสิทธิที่เกี่ยวของ

               กับสิ่งแวดลอมไวเปนการเฉพาะ โดยบัญญัติไวในพิธีสารซานซัลวาดอร ซึ่งมีผลบังคับใชในป 1999 อยางไรก็ดี

               หากสังเกตถอยคําของพิธีสารซานซัลวาดอรจะสามารถตั้งขอสังเกตไดวา ถอยคําที่ใชจะยังคงยึดโยงอยูกับสิทธิ

               ในการมีชีวิต (Right to Life) โดยในพิธีสารซานซัลวาดอรไดใชคําวา Right to Live in a Good
   263   264   265   266   267   268   269   270   271   272   273