Page 267 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 267

P a ge  | 217




               เปนไปโดยอาศัยสิทธิมนุษยชนที่มีอยูแลวเปนฐานในการนําเอากลไกสิทธิมนุษยชนมาใชจัดการกับปญหา

               สิ่งแวดลอมเชนกัน

                          อยางไรก็ดี พัฒนาการขององคกรสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคอเมริกาในการนําเอาสิทธิมนุษยชน

               มาใชในบริบทของสิ่งแวดลอมมีขอนาสังเกตบางประการ กลาวคือ ในคดี Yanomami v. Brazil เปนเรื่องการ

               รุกล้ําพื้นที่ธรรมชาติ ซึ่งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไดตัดสินวามีการละเมิดสิทธิในชีวิตของชนพื้นเมืองที่

               อาศัยอยูบริเวณดังกลาว เนื่องจากการรุกล้ําพื้นที่ดังกลาวนําพาเอาโรคติดตอมายังชนพื้นเมือง ทั้งนี้ แมในคดีนี้

               จะมีการอาศัยกลไกทางสิทธิมนุษยชนมาใชจัดการกับปญหาการรุกล้ําพื้นที่ธรรมชาติอันเปนขอพิพาทเกี่ยวกับ

               สิ่งแวดลอมก็ตาม แตคําวินิจฉัยของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนไมไดกลาวถึงความเชื่อมโยงระหวางการ
               ทําลายสิ่งแวดลอมและผลกระทบตอชีวิตมนุษยออกมาอยางชัดแจง โดยไดกลาวถึงสาเหตุของการละเมิดสิทธิ

               ในชีวิตวามีสาเหตุมาจากกลุมบุคคลที่รัฐปลอยใหรุกล้ําพื้นที่ธรรมชาตินําพาเอาโรคติดตอเขามา ทําใหสามารถ

               พิจารณาในมุมกลับกันไดวา หากมีการรุกล้ําพื้นที่ธรรมชาติแตกลุมบุคคลที่รุกล้ําไมไดมีโรคหรือเปนพาหะนํา

               โรคใด การที่รัฐปลอยใหกลุมบุคคลรุกล้ําพื้นที่ธรรมชาติดังกลาวอาจไมเปนการละเมิดสิทธิในชีวิต


                           ขอเท็จจริงและคําวินิจฉัยในคดี Yanomami v. Brazil ตางจากคดี Oneryildiz v. Turkey ของ
               ภูมิภาคยุโรปที่มีการกลาวถึงสาเหตุของการละเมิดสิทธิในชีวิตวามาจากการกอมลพิษและการที่รัฐไมดําเนิน

               มาตรการใดเพื่อปองกันและรับมือกับความเสียหายที่เกิดขึ้น อันเปนการเชื่อมโยงการกระทําและมาตรการทาง

               สิ่งแวดลอมเขากับความเสียหายตอชีวิตมนุษยโดยตรง และคดี Lopez-Ostra v. Spain ซึ่งศาลสิทธิมนุษยชน

               แหงยุโรปไดเชื่อมโยงการกอมลพิษทางสิ่งแวดลอมที่มีความรายแรงเขากับการละเมิดสิทธิในชีวิตสวนตัวและ

               ครอบครัว

                          อยางไรก็ดี การที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงภูมิภาคอเมริกาในคดี Yanomami v. Brazil

               ไมไดมีการเชื่อมโยงประเด็นสิ่งแวดลอมเขากับสิทธิในชีวิตโดยตรงดังเชนศาลสิทธิมนุษยชนแหงภูมิภาคยุโรป

               นั้นมิไดหมายความวาพัฒนาการดานสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดลอมในภูมิภาคอเมริกาจะลาชากวาภูมิภาคยุโรป

               เนื่องจากหากพิจารณาถึงชวงเวลาของขอพิพาทแลวจะเห็นไดวา คดี Yanomami v. Brazil เกิดขึ้นในป 1989

               ซึ่งในขณะนั้น แนวคิดเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดลอมยังเปนสิ่งใหม ในขณะที่คดี Lopez-Ostra v.

               Spain เกิดขึ้นในป 1994 และคดี Oneryildiz v. Turkey เกิดขึ้นในป 2004 ซึ่งเปนชวงเวลาภายหลังคดี

               Yanomami v. Brazil เปนระยะเวลาหลายสิบป ซึ่งในระหวางนั้น แวดวงนักวิชาการทั้งทางดานกฎหมาย
               สิ่งแวดลอมและทางดานกฎหมายสิทธิมนุษยชนไดมีการถกเถียงและนําเสนอถึงความเกี่ยวพันระหวางสิทธิ

               มนุษยชนและสิ่งแวดลอมกันอยางแพรหลายมากขึ้นแลว
   262   263   264   265   266   267   268   269   270   271   272