Page 264 - รายงานฉบับสมบูรณ์โครงการวิจัยเรื่อง ความสัมพันธ์ระหว่างสิทธิมนุษยชนและสิ่งแวดล้อมเพื่อการคุ้มครองสิทธิมนุษยชนที่เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน
P. 264
214 | P a g e
satisfactory environment favourable to their development.” ในขณะที่การคุมครองสิทธิมนุษยชน
อื่นๆ ตามกฎบัตรฯ ฉบับนี้ เชน มาตรา 3 มาตรา 5-9 จะระบุวา “ปจเจกบุคคลทุกคนมีสิทธิ... (Every
individual shall have the right to...)” แสดงใหเห็นแนวคิดในการแบงแยกการคุมครองสิทธิเชิงปจเจก
บุคคลกับสิทธิเชิงกลุมออกจากกันอยางชัดเจน โดยสิทธิในสิ่งแวดลอมตามกฎบัตรฉบับนี้จึงเปนสิทธิรวมกัน
ของประชาชน (Collective Right)
กลาวโดยสรุปสําหรับภูมิภาคทั้ง 3 อาจเรียงลําดับการรับรองสิทธิในสิ่งแวดลอมใหเปนสิทธิมนุษยชน
ได โดยสหภาพยุโรปยอมรับวามีสิทธิในการมีชีวิตอยูในสิ่งแวดลอมที่ดีตามอนุสัญญา Aarhus ที่สมควรนํามา
ปรับใชในการคุมครองสิ่งแวดลอม แตยังไมไดยอมรับวาเปนสิทธิมนุษยชนและไมใชสิ่งใหมที่เกิดขึ้น เนื่องจาก
เปนการคัดลอกหลักการขอที่ 1ของปฏิญญาสตอกโฮลม ค.ศ. 1972 มาบัญญัติอีกครั้งเพียงแคนั้นจึงไมไดรับ
ความสนใจมากนักสําหรับภูมิภาคนี้ ขณะที่ภูมิภาคอเมริกาโดยเฉพาะประเทศกําลังพัฒนาในอเมริกาใต
ยอมรับวา “สิทธิในการมีชีวิตอยูในสิ่งแวดลอมที่ดี (Right to live in Healthy Environment” เปนสิทธิ
มนุษยชนแตสหรัฐอเมริกายังคงคัดคานสิทธิเชนวานี้อยู ลําดับสุดทายคือภูมิภาคแอฟริกาที่รับรองวาสิทธิใน
สิ่งแวดลอมเปนสิทธิมนุษยชนโดยนําไปเชื่อมโยงกับสิทธิในการพัฒนาซึ่งเปนสิทธิเชิงกลุม และมุงใหมีการ
คุมครองอยางสิทธิมนุษยชนประการหนึ่ง จึงอาจสรุปไดวา สิทธิในสิ่งแวดลอมยังมิไดรับการยอมรับอยางเปน
เอกฉันทวาเปนสิทธิมนุษยชน
อยางไรก็ดี สิ่งที่นานาชาติใหความสําคัญรวมกันมิใชเพียงปญหาเรื่องสิทธิมนุษยชนในสิ่งแวดลอม แต
การคุมครองสิ่งแวดลอมเปนเปาหมายหลักที่ทุกประเทศเห็นดวย เพียงแตสิ่งที่ไมเห็นดวยคือจะคุมครองใน
ระดับใดนั่นเอง
6.2 การเปรียบเทียบการพัฒนาประเด็นสิทธิมนุษยชนกับสิทธิในสิ่งแวดลอมโดยคณะกรรมการสิทธิ
มนุษยชนและศาลสิทธิมนุษยชนระดับภูมิภาคของภูมิภาคยุโรป ภูมิภาคอเมริกา และภูมิภาคแอฟริกา
การศึกษาแนวทางการตีความและชี้ขาดขอพิพาทเกี่ยวกับปญหาสิ่งแวดลอมขององคกรทางสิทธิมนุษยชน
ทั้งคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนและศาลสิทธิมนุษยชนของภูมิภาคยุโรป ภูมิภาคอเมริกา และภูมิภาคแอฟริกา
ไดสะทอนใหเห็นถึงพัฒนาการในการนําเอากลไกทางสิทธิมนุษยชนมาใชเพื่อรับมือกับปญหาสิ่งแวดลอม
อยางไรก็ดี ดวยเนื้อหาของอนุสัญญาดานสิทธิมนุษยชนซึ่งแตกตางกันในแตละภูมิภาค ตลอดจนบริบททาง
สังคมอันเปนที่มาของการคุมครองสิทธิมนุษยชนที่ไมเหมือนกัน ทําใหพัฒนาการในประเด็นสิทธิมนุษยชนกับ
สิทธิในสิ่งแวดลอมของแตละภูมิภาคมีรายละเอียดที่แตกตางกันออกไปบาง โดยสามารถจําแนกประเด็นในการ
พิจารณาเปรียบเทียบระหวางภูมิภาคทั้งสามไดดังตอไปนี้

