Page 99 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 99

ทำาลายหมดไปในอัตราสูงเกินสมควร ซึ่งขณะนั้นประเทศไทยมีพื้นที่ป่าไม้ประมาณ ๑๘๗ ล้านไร่ จาก

               พื้นที่ของประเทศไทยทั้งหมดประมาณ ๓๒๐.๗ ล้านไร่ การรักษาพื้นที่ป่าไม้ดังกล่าวต้องดำาเนินการควบคู่ไป

               กับนโยบายทางด้านเศรษฐกิจ ดังนั้น ความจำาเป็นในขั้นแรกคือ การจำาแนกประเภทที่ดินออกเพื่อให้เป็น

               ที่ทำากิน และเพื่อการกำาหนดให้เป็นพื้นที่ป่าสงวนทั่วประเทศ แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ

               ฉบับนี้ มีวัตถุประสงค์หลัก ๒ ประการ คือ ให้รักษาพื้นที่ป่าไม้ของประเทศไทยไว้เป็นสมบัติของชาติให้

               ได้ร้อยละ ๕๐ และให้หาพื้นที่ที่เหลือเพื่อนำามาจัดสรรให้แก่ประชาชนที่จะเพิ่มขึ้นให้สมดุลกัน ขั้นตอน

               ในการดำาเนินการจำาแนกประเภทที่ดินออกเป็นที่ทำากินและที่ป่าสงวนทั่วประเทศ กำาหนดขั้นตอนวิธีการ

               การจำาแนกครั้งแรกไว้ ดังนี้


                              ๑) มติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ ๑๙ เมษายน พ.ศ.๒๕๐๓ ให้กรมที่ดิน กรมป่าไม้ และ

               ส่วนราชการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ดำาเนินการจำาแนกที่ดินทั่วประเทศเพื่อให้มีเขตป่าสงวนในขั้นต้น ประมาณ

               ๒๕๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร หรือ ๑๕๖ ล้านไร่ ซึ่งผลสำารวจขณะนั้นเป็นพื้นที่ป่าอยู่ ๑๘๗ ล้านไร่ เมื่อจำาแนก

               ประเภทที่ดินตามขั้นตอนนี้เสร็จแล้ว ทำาให้มีพื้นที่จัดสรรให้เกษตรกรได้เพิ่มขึ้นประมาณ ๓๐ ล้านไร่

               และ ๖ ปีข้างหน้านับจากพ.ศ.๒๕๐๓ - พ.ศ.๒๕๐๙ จะดำาเนินการจำาแนกประเภทที่ดินให้สำาเร็จได้

                              ๒) สงวนป่าไม้ไว้เป็นสมบัติของชาติเป็นพื้นที่ ๑๕๖ ล้านไร่ หรือประมาณ ๒๕๐,๐๐๐

               ตารางกิโลเมตรต่อไป เมื่อพลเมืองเพิ่มขึ้นอาจลดพื้นที่ได้เหลือ ๑๒๕ ล้านไร่ หรือประมาณ ๒๐๐,๐๐๐

               ตารางกิโลเมตร แยกเป็นป่าต้นนำ้าลำาธาร ๑๐๐,๐๐๐ ตารางกิโลเมตร ในหกปีข้างหน้าจะกำาหนด

               งบประมาณให้กรมป่าไม้ สำาหรับบำารุงรักษาป่า คุ้มครองสงวนป่า และปลูกป่าเป็นจำานวนที่พอเพียงแก่การ

               ปรับปรุงการดำาเนินงานให้ได้ผลตามความมุ่งหมาย


                              ๓) การจำาแนกประเภทที่ดิน และการสงวนป่าไม้ เป็นงานพัฒนาเศรษฐกิจที่เร่งด่วน

               ที่มีความสำาคัญเป็นอันดับแรก และต้องเร่งดำาเนินการโดยได้ผลในระยะหกปีข้างหน้า แต่งานด้านนี้ต้องมี

               การร่วมมือและประสานงานระหว่างกระทรวงมหาดไทย และกระทรวงเกษตรและสหกรณ์อย่างใกล้ชิด

               ทั้งในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ฉะนั้นกฎหมายเกี่ยวกับที่ดินและป่าไม้จะต้องได้รับการปรับปรุงแก้ไข

               ให้เหมาะสมกับสภาพของเหตุการณ์ เป็นต้นว่า แก้ไขพระราชบัญญัติป่าสงวน เพื่อห้ามบุกรุกที่ดินของ

               รัฐ โดยถือว่าการสงวนป่าไม้มิใช่หน้าที่ของกรมป่าไม้ฝ่ายเดียว แต่ส่วนราชการอื่นย่อมมีหน้าที่รับผิดชอบ

               ด้วย นอกจากนี้จะต้องมีกฎหมายว่าด้วยอุทยานธรรมชาติและสงวนพันธุ์สัตว์ป่า กับมีวิธีการจำาแนกและ

               จัดสรรที่ดินตามทางหลวงที่เปิดใหม่ก่อนที่ประชาชนบุกรุก อนึ่ง การปฏิบัติงานตามแนวทางดังกล่าว

               รวมทั้งการรักษากฎหมายต่างๆ ที่ได้ปรับปรุงแก้ไขแล้ว จำาเป็นต้องได้รับความเอาใจใส่จากเจ้าหน้าที่

               ที่เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง จึงจะบังเกิดผลตามความมุ่งหมาย โดยถือวัตถุประสงค์ที่ได้กล่าวข้างต้นเป็นหลัก






        9๘     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
   94   95   96   97   98   99   100   101   102   103   104