Page 101 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 101

๔.๑) พื้นที่ป่าไม้ถาวรที่ยังไม่ได้ประกาศเป็นป่าสงวนแห่งชาติ ประมาณ ๓๐ ล้านไร่

               ให้กรมป่าไม้ดำาเนินการสอบสวนเพื่อประกาศเป็นป่าสงวนต่อไป ให้แล้วเสร็จภายใน ๓ ปี


                                     ๔.๒) พื้นที่ป่าไม้ที่มีผู้บุกรุกทำากินเป็นเวลานานและไม่สามารถคืนเป็นสภาพป่า

               ได้อีก ให้กรมป่าไม้สอบสวนและออกเอกสารสิทธิทำากิน (สทก.) โดยเร็ว


                                     ๔.๓) พื้นที่เหมาะสมกับการเกษตรแต่ยังมีสภาพเป็นป่าไม้อยู่ ให้รักษาไว้เป็น

               ป่าไม้ต่อไป ไม่ควรจำาแนกออกเป็นที่ทำากิน


                                     ๔.๔) ให้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกรมที่ดิน กรมแผนที่ทหาร และ

               หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทำาการสำารวจ และจำาแนกประเภทที่ดินอย่างละเอียดให้แล้วเสร็จภายในแผนพัฒนา

               เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๖ (พ.ศ.๒๕๓๐ - พ.ศ.๒๕๓๔) ทั้งนี้ ภายใต้การกำากับดูแลของ

               คณะกรรมการจำาแนกประเภทที่ดิน วิธีการในการสำารวจจัดทำาแผนที่แสดงแนวเขตการจำาแนกประเภท

               ที่ดินเป็นไปตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการจำาแนกประเภทที่ดินกำาหนด



                       (2) การประกาศก�าหนดให้เป็นป่าคุ้มครองหรือป่าสงวน


                       ที่ดินที่ประกาศกำาหนดให้เป็นป่าคุ้มครองหรือป่าสงวนตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า

               พ.ศ.๒๔๘๑ และพระราชบัญญัติป่าสงวนแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๗ มีวิวัฒนาการและวิธีการ ดังนี้


                       การดำาเนินการในการสงวนป่าเป็นงานที่เกี่ยวกับขั้นตอนในการดำาเนินการ เพื่อประกาศกำาหนด

               ให้เป็นป่าสงวนแห่งชาติ ซึ่งเป็นงานโครงการที่สำาคัญงานหนึ่งที่ได้มีการกำาหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจ

               และสังคมแห่งชาติ กรมป่าไม้ในขณะนั้นได้จัดอันดับให้เป็นงานสำาคัญอันดับแรก ทั้งนี้เพื่อดำาเนินการ

               เร่งรัดสงวนป่าให้ได้เนื้อที่ประมาณ ๑๕๖ ล้านไร่ หรือคิดเป็นประมาณร้อยละ ๕๐ ของเนื้อที่ประเทศ ตามที่

               กำาหนดไว้ในแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ ๑ การกำาหนดเขตที่ดินของรัฐโดยการสงวน

               ป่าตามพระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ.๒๔๘๑ นั้น เดิมกรมป่าไม้ได้เริ่มดำาเนินการสงวนป่า

               ตั้งแต่ พ.ศ.๒๔๕๙ เป็นต้นมา โดยเสนอร่างพระราชบัญญัติสงวนป่าขึ้น และมีการพิจารณาตามลำาดับ


               ในปี พ.ศ.๒๔๖๐ ได้สั่งให้เจ้าพนักงานป่าไม้ภาคเตรียมการสงวนป่า โดยคัดเลือกป่าที่สมควรสงวนไว้ แต่

               พระราชบัญญัติสงวนป่าต้องหยุดชะงักไม่สามารถดำาเนินการสงวน ตามวิธีการที่ได้กำาหนดไว้ในพระราชบัญญัติ

               ดังกล่าวได้ การสงวนป่าในขณะนั้น จึงต้องอาศัยวิธีการและอำานาจของฝ่ายปกครองในการกำาหนดพื้นที่ป่าไม้

               โดยอาศัยความตามพระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ และวิธีการของกฎหมายฉบับอื่นๆ

               ตามลำาดับ ดังนี้






       100     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
   96   97   98   99   100   101   102   103   104   105   106