Page 97 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 97
๒๔๙๗ บัญญัติรองรับไว้ว่า “ที่ดินซึ่งได้หวงห้ามไว้เพื่อประโยชน์ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยการ
หวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.๒๔๗๘ หรือตามกฎหมายอื่น
อยู่ถึงวันที่ประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับให้คงเป็นที่หวงห้ามต่อไป” แต่หากการสงวนหวงห้ามมิได้
เป็นไปตามกฎหมายที่ใช้บังคับในขณะนั้นแล้ว การสงวนหวงห้ามดังกล่าวก็ไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย
ราษฎรสามารถเข้าจับจอง ใช้ประโยชน์ได้ อย่างไรก็ตาม แม้การสงวนหวงห้ามจะไม่ชอบด้วยกฎหมาย
หากราชการได้เข้าใช้ประโยชน์ในราชการแล้ว ที่ดินแปลงดังกล่าวก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นสาธารณสมบัติ
ของแผ่นดินประเภท ใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ โดยไม่จำาเป็นต้องหวงห้ามอีก
ดังความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาตามบันทึกเรื่องหารือปัญหากฎหมายเกี่ยวกับประเภทที่ดินตาม
มาตรา ๑๓๐๔ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ (กรณีที่ดินบริเวณท่าเรือท่าทอง อำาเภอเมือง
จังหวัดสุราษฎร์ธานี)
สำาหรับสถานะทางกฎหมายของที่หวงห้ามไว้ใช้ราชการด้วยวัตถุประสงค์ของการสงวน หวงห้าม
ที่ดินรกร้างว่างเปล่าเพื่อนำามาใช้ประโยชน์ในราชการนั้น เนื่องจากรัฐมีความประสงค์จะหวงห้ามที่ดิน
รกร้างว่างเปล่าไว้เพื่อรัฐจะมีที่ดินไว้ใช้ประโยชน์ในราชการในภายหน้า แต่ในขณะที่มีการสงวนหวงห้ามนั้น
รัฐยังมิได้มีการเข้าใช้ประโยชน์ สถานะของที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่ได้สงวนหวงห้ามไว้ เพื่อใช้ประโยชน์ใน
ราชการในระหว่างที่รัฐบาลมิได้เข้าใช้ประโยชน์ในราชการนั้น หากทางราชการยังไม่ได้เข้าใช้ประโยชน์
หรือใช้ประโยชน์บางส่วน ส่วนที่ยังไม่ได้ใช้ประโยชน์ก็ยังคงมีสภาพเป็นที่ดินรกร้างว่างเปล่าที่มีการสงวน
และไม่ใช่ที่ราชพัสดุ เพราะเข้าข้อยกเว้นตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.๒๕๑๘ มาตรา ๔ (๑) แต่
หากทางราชการได้เข้าใช้ประโยชน์ในราชการแล้ว ที่ดินแปลงดังกล่าวก็จะเปลี่ยนสภาพเป็นสาธารณสมบัติ
ของแผ่นดินประเภทใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
มาตรา ๑๓๐๔(๓) และตกเป็นที่ราชพัสดุตามพระราชบัญญัติที่ราชพัสดุ พ.ศ.๒๕๑๘ ตามคำาวินิจฉัย
คณะกรรมการกฤษฎีกา เรื่องเสร็จที่ ๓๘๒/๒๕๓๔ อย่างไรก็ตาม สถานะของที่ราชพัสดุ มีคำาพิพากษาฎีกาที่
๓๔๗๓/๒๕๒๕ วินิจฉัยว่าที่ดินซึ่งเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินที่สงวนไว้ เพื่อประโยชน์ของแผ่นดิน
โดยเฉพาะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๓๐๔ (๓) แม้จะถูกราษฎรเข้าใช้ประโยชน์
ก็ไม่ทำาให้ที่ดินดังกล่าวเปลี่ยนสภาพเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภทอื่นได้ และคณะกรรมการ
กฤษฎีกามีคำาวินิจฉัยว่า ที่ดินที่ได้สงวนหวงห้ามไว้เพื่อใช้เพื่อประโยชน์ในราชการโดยไม่ปรากฏว่ามีการ
เพิกถอนการเป็นสาธารณประโยชน์และทางราชการได้แสดงเจตนาหวงห้ามตลอดมา ที่ดินดังกล่าว
จึงยังคงเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินประเภททรัพย์สินที่สงวนไว้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ
ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
(ทวีชัย ลิยี่เก, ๒๕๕๖)
96 การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

