Page 102 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 102

(๒.๑) การสงวนป่าโดยใช้พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗


                               กรมป่าไม้สงวนป่าโดยให้เจ้าพนักงานป่าไม้ภาคคัดเลือกพื้นที่ที่เห็นสมควรสงวน

                 แล้วเสนอให้สมุหเทศาภิบาลหรือผู้ว่าราชการจังหวัด ดำาเนินการกำาหนดพื้นที่ป่าไม้โดยประกาศตาม

                 พระราชบัญญัติลักษณะปกครองท้องที่ พ.ศ.๒๔๕๗ การประกาศสงวนด้วยวิธีนี้ใช้แผนที่สังเขปแสดง

                 บริเวณป่าโดยไม่มีการหมายเขตและรังวัดทำาแผนที่โดยแน่ชัดและใช้วิธีการนี้มาตลอด จนถึง พ.ศ.๒๔๘๐

                 สามารถประกาศกำาหนดพื้นที่ป่าสงวนได้จำานวน ๔๓๘,๓๕๕ ไร่ หรือ ๘๓ แปลง และในปี พ.ศ.๒๔๘๓

                 สามารถดำาเนินการได้จำานวน ๑๑๐ แปลง


                               (๒.๒) พระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติ

                 ของแผ่นดิน พ.ศ.๒๔๗๘


                               เมื่อพระราชบัญญัติว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติ

                 ของแผ่นดินพ.ศ.๒๔๗๘ มีการบังคับใช้ ซึ่งเป็นพระราชบัญญัติที่ให้อำานาจส่วนราชการในการสงวนหวงห้าม

                 ที่ดินเพื่อใช้ในกิจการของส่วนราชการนั้นๆ กรมป่าไม้จึงได้เริ่มดำาเนินการสงวนป่า โดยอาศัยอำานาจตาม

                 พระราชบัญญัติ ว่าด้วยการหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่าอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.๒๔๗๘

                 ดังกล่าว ประกาศกำาหนดพื้นที่สงวนหวงห้ามโดยตราเป็นพระราชกฤษฎีกากำาหนดพื้นที่ป่าไม้เป็นที่ดิน

                 หวงห้ามเพื่อใช้ในราชการด้านป่าไม้ เช่น พระราชกฤษฎีกากำาหนดเขตหวงห้ามที่ดิน อำาเภอยะรัง จังหวัด

                 ปัตตานี พ.ศ.๒๔๘๐ เป็นต้น


                               (๒.๓) พระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ.๒๔๘๑


                               หลังจากมีการสงวนป่าตามพระราชบัญญัติ ว่าด้วยสงวนหวงห้ามที่ดินรกร้างว่างเปล่า

                 อันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดิน พ.ศ.๒๔๗๘ มาจนถึง พ.ศ.๒๔๘๑ กรมป่าไม้ได้ดำาเนินการสงวนป่าตาม

                 พระราชบัญญัติคุ้มครองและสงวนป่า พ.ศ.๒๔๘๑ ซึ่งนับเป็นวิธีการตามกฎหมายฉบับแรกที่กรมป่าไม้

                 กำาหนดขึ้นเอง โดยการเสนอร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้ จนสามารถประกาศใช้เป็นกฎหมายได้ในปี พ.ศ.

                 ๒๔๘๑ ซึ่งวิธีการสงวนป่าตามพระราชบัญญัตินี้แบ่งเป็น ๒ ประเภท คือ


                               ก. ป่าคุ้มครอง ไม่มีการรังวัดหมายแนวเขตป่าไม้ในท้องที่ แต่ให้จัดทำาเป็นแผนที่สังเขป

                 แสดงบริเวณที่จะสงวน และประกาศกำาหนดป่าคุ้มครองตามพระราชกฤษฎีกา ซึ่งมีแผนที่ดังกล่าวแนบท้าย

                               ข. ป่าสงวน รังวัดหมายแนวเขตป่าไม้ในท้องที่ เพื่อให้ได้แผนที่ที่แน่นอนโดยมีหลักเขต

                 ป้ายและเครื่องหมายแสดงไว้ในพื้นที่แล้วจึงดำาเนินการประกาศโดยการตราพระราชกฤษฎีกา และมี

                 รูปแผนที่ที่มีการรังวัดดังกล่าวเป็นแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกานั้นๆ





                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  101
   97   98   99   100   101   102   103   104   105   106   107