Page 82 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 82

ต่อมาได้มีการบัญญัติกฎหมาย พระราชบัญญัติ ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

                 แห่งชาติ พ.ศ.๒๕๓๕ มาตรา ๖ ได้บัญญัติว่า “เพื่อประโยชน์ในการร่วมกันส่งเสริมและรักษาคุณภาพ

                 สิ่งแวดล้อมของชาติ บุคคลอาจมีสิทธิและหน้าที่ได้รับข้อมูลและข่าวสารจากทางราชการในเรื่องที่เกี่ยวกับ

                 การส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม เว้นแต่ข้อมูลหรือข่าวสารที่ทางราชการถือว่าเป็นความลับ
                 เกี่ยวข้องกับการรักษาความมั่นคงแห่งชาติหรือเป็นความลับเกี่ยวกับสิทธิส่วนบุคคล สิทธิในทรัพย์สิน

                 หรือสิทธิในทางการค้า หรือกิจการของบุคคลใดที่ได้รับความคุ้มครองทางกฎหมาย....”


                               จากหลักกฎหมายฉบับนี้ถือว่าประเทศไทยเริ่มมีวิวัฒนาการเกี่ยวกับการบังคับใช้กฎหมาย

                 ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วม “ปัจเจกชนสามารถเข้าถึงข้อมูล ที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งอยู่

                 ในความครอบครองของหน่วยงานรัฐได้ สามารถเข้าไปมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจของภาครัฐได้”

                 หมายความถึง การจัดการสิ่งแวดล้อมจะท�าได้ดีที่สุดเมื่อประชาชนมีส่วนร่วมในทุกระดับ และรัฐจะต้อง
                 ส่งเสริมและอ�านวยความสะดวกให้ประชาชนได้รับข้อมูลข่าวสารมีส่วนร่วมในกระบวนการตัดสินใจและ

                 เข้าถึงกระบวนการทางปกครองและกฎหมาย รวมทั้งการเยียวยาความเสียหาย


                               เมื่อมีการประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ หรือ

                 รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน นับเป็นรัฐธรรมนูญฉบับแรกที่มีการบัญญัติรับรองเกี่ยวกับ “สิทธิ
                 ชุมชน” ไว้ โดยชัดเจนดังปรากฏตามมาตรา ๔๖ มาตรา ๕๖ มาตรา ๕๙ มาตรา ๖๙ และมาตรา

                 ๗๙ และต่อมารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๕๐ ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันนั้น

                 ยังคงไว้ซึ่งหลักการในการรับรองเกี่ยวกับสิทธิชุมชน โดยบัญญัติเรื่องสิทธิชุมชนไว้เป็นการเฉพาะ

                 ในหมวด ๓ สิทธิและเสรีภาพของชนชาวไทย ส่วนที่ ๑๒ สิทธิชุมชน นอกจากนี้ยังได้มีการขยาย

                 สิทธิชุมชน โดยการเพิ่ม “สิทธิของชุมชน” และ “สิทธิของชุมชนท้องถิ่น” ซึ่งหากพิจารณาเทียบ

                 กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐ แล้ว ได้บัญญัติรับรองและคุ้มครองไว้แต่เฉพาะ

                 “สิทธิของชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม” เท่านั้น ทั้งนี้ เพื่อให้ครอบคลุมถึงกรณีการรวมตัวกันของบุคคลขึ้นเป็น

                 ชุมชนโดยไม่จ�าเป็นต้องเป็นการรวมตัวกันมาเป็นเวลานานจนถือว่าเป็นชุมชนท้องถิ่นดั้งเดิม (มาตรา ๖๖)

                 นอกจากนี้การด�าเนินโครงการหรือกิจกรรมที่อาจก่อให้เกิดผลกระทบอย่างรุนแรงต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อม
                 ทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของประชาชน จะต้องมีการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพ

                 สิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนในชุมชนและจัดให้มีกระบวนการรับฟังความคิดเห็นของประชาชน

                 และผู้มีส่วนได้เสียก่อน รวมทั้งจะต้องให้องค์การอิสระให้ความเห็นประกอบก่อนมีการด�าเนินการดังกล่าว

                 (มาตรา ๖๗ วรรคสอง)

                               ดังนั้น การบัญญัติค�าว่า “สิทธิชุมชน” ไว้ให้เป็นที่ปรากฏในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักร

                 ไทยนั้น อาจจะกล่าวได้ว่าเป็นเพียงวาทกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่เพื่อเป็นการรองรับ และคุ้มครองสิทธิ

                 อีกด้านหนึ่ง  ซึ่งเกิดขึ้นและด�ารงอยู่มาช้านาน เพราะโดยแท้จริงแล้ว “สิทธิชุมชน” นั้นเป็นอุดมการณ์




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  ๘๑
   77   78   79   80   81   82   83   84   85   86   87