Page 57 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 57
ตามมาตรา ๒๐ ให้อธิบดีกรมป่าไม้โดยอนุมัติรัฐมนตรีมีอ�านาจอนุญาตเป็นหนังสือ ให้บุคคลหนึ่งบุคคล
ใดท�าการบ�ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าหรือไม้ยืนต้นได้ในเนื้อที่ไม่เกิน ๒,๐๐๐ ไร่ หากเกินกว่านั้นต้อง
ได้รับอนุมัติจากคณะรัฐมนตรี และผู้ได้รับอนุญาตจะต้องเสียค่าตอบแทนให้แก่รัฐตามจ�านวนที่ก�าหนดไว้
ในประกาศของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ (ปัจจุบันเป็นกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม)
โดยกฎหมายก�าหนดหลักเกณฑ์ในการอนุญาตท�าการบ�ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าหรือไม้ยืนต้น
ในป่าสงวนแห่งชาติตามมาตรา ๒๐ ไว้ ๒ ประการ คือ
(๑) เป็นป่าเสื่อมโทรมที่ไม่สามารถที่จะกลับฟื้นคืนดีตามธรรมชาติได้ตามมาตรา ๑๖ ทวิและ
(๒) การอนุญาตนั้นต้องเพื่อท�าการบ�ารุงป่าหรือปลูกสร้างสวนป่าหรือไม้ยืนต้น
(๔) อำ�น�จของพนักง�นเจ้�หน้�ที่
กฎหมายก�าหนดไว้ในมาตรา ๒๕ ว่า เมื่อได้ก�าหนดป่าใดเป็นป่าสงวนแห่งชาติ และรัฐมนตรีได้
แต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมและรักษาป่าสงวนแห่งชาตินั้นแล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ�านาจ
ดังต่อไปนี้
ก. สั่งให้ผู้หนึ่งผู้ใดออกจากป่าสงวนแห่งชาติ หรือให้งดเว้นการกระท�าใดๆ ในเขตป่าสงวน
แห่งชาติ ในกรณีที่มีข้อเท็จจริงปรากฏหรือเหตุอันควรสงสัยว่า มีการกระท�าผิดตามพระราชบัญญัตินี้
ข. สั่งเป็นหนังสือให้ผู้กระท�าผิดต่อพระราชบัญญัตินี้ รื้อถอน แก้ไขหรือท�าประการอื่นใด
แก่สิ่งที่เป็นอันตราย หรือสิ่งที่ท�าให้เสื่อมสภาพในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ภายในเวลาที่ก�าหนดให้
ค. ยึด ท�าลาย รื้อถอน แก้ไขหรือท�าประการอื่น เมื่อผู้กระท�าผิดไม่ปฏิบัติตามข้อ ข. หรือ
ไม่ปรากฏตัวผู้กระท�าผิด หรือรู้ตัวผู้กระท�าผิดแต่หาตัวไม่พบ
ถ้าพนักงานเจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติการอย่างหนึ่งอย่างใดดังกล่าว และได้เสียค่าใช้จ่ายเพื่อ
การนั้น ให้ผู้กระท�าผิดชดใช้หรือออกค่าใช้จ่ายนั้นทั้งหมด หรือให้พนักงานเจ้าหน้าที่น�าทรัพย์สินที่ยึด
ไว้ได้ออกขายทอดตลาดหรือขายโดยวิธีอื่นตามที่เห็นสมควร เพื่อชดใช้ค่าใช้จ่ายนั้น และให้น�าความใน
มาตรา ๑๓๒๗ แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับแก่เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินนั้น
โดยอนุโลม
ง. ด�าเนินการอย่างหนึ่งอย่างใดที่เห็นสมควร ทั้งนี้เพื่อป้องกันหรือบรรเทาความเสียหายแก่
ป่าสงวนแห่งชาติในกรณีที่มีเหตุฉุกเฉิน
โดยมาตรา ๒๖ ระบุว่า การจับกุม ปราบปรามผู้กระท�าผิดตามพระราชบัญญัตินี้
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เป็นพนักงานฝ่ายปกครองหรือต�ารวจ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา
๕๖ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

