Page 61 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 61

ท่วมท้นหรือเหือดแห้ง ปิดหรือท�าให้กีดขวางแก่ทางน�้าหรือทางบก และเข้าไปด�าเนินกิจการใดๆ เพื่อหา

               ผลประโยชน์ เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงานเจ้าหน้าที่

                     (๕) อำ�น�จของพนักง�นเจ้�หน้�ที่ พนักงานเจ้าหน้าที่มีอ�านาจออกค�าสั่งให้ผู้กระท�าผิดตาม

               มาตรา ๑๖ ออกจากเขตอุทยานแห่งชาติหรืองดเว้นการกระท�าใดๆ ได้ หากมีสิ่งปลูกสร้างขึ้นใหม่หรือ
               มีสิ่งที่ผิดไปจากสภาพเดิมก็อาจสั่งให้ผู้กระท�าผิดท�าลายหรือรื้อถอนออกไปหรือท�าให้กลับสู่สภาพเดิม

               ผู้ที่ฝ่าฝืนกระท�าผิดอาจมีโทษจ�าคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนถึงห้าปี โทษปรับไม่เกินห้าร้อยบาทถึงสองหมื่นบาท

               หรือทั้งจ�าทั้งปรับและให้ริบอาวุธ เครื่องมือ เครื่องใช้และยานพาหนะที่ใช้ในการกระท�าความผิดด้วย


                     (๖) ก�รเข้�ไปใช้ประโยชน์ในเขตอุทย�นแห่งช�ติ กฎหมายเปิดโอกาสให้ประชาชน เข้าไปใช้
               ประโยชน์ในเขตอุทยานแห่งชาติเพื่อการศึกษาและสันทนาการ โดยให้อธิบดีมีอ�านาจก�าหนดอัตราและ

               วางระเบียบเกี่ยวกับการเก็บค่าบริการ ค่าธรรมเนียมหรือค่าตอบแทนในการที่พนักงานเจ้าหน้าที่ให้บริการ

               หรือให้ความสะดวกต่างๆ ในอุทยานแห่งชาติ หรือการที่ได้รับอนุญาตให้ด�าเนินกิจการหรือพักอาศัยอยู่
               ในอุทยานแห่งชาติ



                     ก�รบังคับใช้กฎหม�ย

                     (๑)    เมื่อรัฐบาลเห็นสมควรก�าหนดบริเวณที่ดินแห่งใดที่มีสภาพธรรมชาติเป็นที่น่าสนใจ  ให้คงอยู่

               ในสภาพธรรมชาติเดิมเพื่อสงวนไว้ให้เป็นประโยชน์แก่การศึกษาและรื่นรมย์ของประชาชน ก็ให้มีอ�านาจ

               กระท�าได้โดยประกาศพระราชกฤษฎีกา และให้มีแผนที่แสดงแนวเขตแห่งบริเวณที่ก�าหนดนั้นแนบท้าย
               พระราชกฤษฎีกาด้วย บริเวณที่ก�าหนดนี้เรียกว่า “อุทยานแห่งชาติ” โดยที่ดินที่จะก�าหนดให้เป็นอุทยาน

               แห่งชาตินั้น ต้องเป็นที่ดินที่มิได้อยู่ในกรรมสิทธิ์หรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใด

               ซึ่งมิใช่ทบวงการเมือง


                     (๒)  คณะกรรมการมีหน้าที่ให้ค�าปรึกษาต่อรัฐมนตรีในเรื่องการก�าหนดที่ดินให้เป็นอุทยาน
               แห่งชาติ และการขยายหรือการเพิกถอนอุทยานแห่งชาติ การคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติ


                     (๓)  กฎหมายก�าหนดว่า ภายในเขตอุทยานแห่งชาติ ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือหรือครอบครอง
               ที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถาง หรือเผาป่า เก็บหา น�าออกไป ท�าด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย

               หรือท�าให้เสื่อมสภาพ ซึ่งไม้ยางไม้ น�้ามันยาง น�้ามันสน แร่หรือทรัพยากรธรรมชาติอย่างอื่นท�าด้วย

               ประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือท�าให้เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวด หรือทราย เปลี่ยนแปลงทางน�้าหรือท�าให้

               น�้าในล�าน�้า ล�าห้วย หนอง บึง ท่วมท้นหรือเหือดแห้ง ปิดหรือท�าให้กีดขวางแก่ทางน�้าหรือทางบก

               เก็บหา น�าออกไป ท�าด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตราย หรือท�าให้เสื่อมสภาพซึ่งกล้วยไม้ น�้าผึ้ง ครั่ง ถ่านไม้
               เปลือกไม้ หรือมูลค้างคาว เก็บหรือท�าด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายแก่ดอกไม้ ใบไม้ หรือ ผลไม้

               น�ายานพาหนะเข้าออกหรือขับขี่ยานพาหนะในทางที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจาก

               พนักงานเจ้าหน้าที่ น�าอากาศยานขึ้นลงในที่ที่มิได้จัดไว้เพื่อการนั้น เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากพนักงาน




        ๖๐     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
   56   57   58   59   60   61   62   63   64   65   66