Page 60 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 60

ได้มีการตราพระราชก�าหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ พ.ศ.๒๕๓๒ และ

                 ได้มีบทบัญญัติก�าหนดให้สิทธิการท�ากิจการที่ได้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยป่าไม้ต้องสิ้นสุดลง

                 หากพื้นที่สัมปทานเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ จึงต้องแก้ไขมาตรา ๓๐ ดังกล่าว ให้สอดคล้องกับการแก้ไข
                 พระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช ๒๔๘๔ ดังกล่าว


                       หลักก�รและส�ระสำ�คัญ

                       กฎหมายก�าหนดให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นผู้รักษาการ

                 ตามพระราชบัญญัติอุทยานแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๐๔ และมีอ�านาจในการแต่งตั้งพนักงานเจ้าหน้าที่และ

                 ออกกฎกระทรวงเพื่อปฏิบัติให้เป็นไปตามพระราชบัญญัตินี้ โดยมีสาระส�าคัญ ดังนี้

                       (๑) คำ�นิย�ม กฎหมายระบุว่า “ที่ดิน” หมายความว่า พื้นที่ดินทั่วไป และให้หมายความรวมถึง

                 ภูเขา ห้วย หนอง คลอง บึง บาง ล�าน�้า ทะเลสาบ เกาะ และที่ชายทะเลด้วย “อุทยานแห่งชาติ” หมายความ

                 ว่า ที่ดินที่ได้ก�าหนดให้เป็นอุทยานแห่งชาติตามพระราชบัญญัตินี้

                       (๒) คณะกรรมก�รอุทย�นแห่งช�ติ หมวด ๒ ก�าหนดให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่ง เรียกว่า

                 คณะกรรมการอุทยานแห่งชาติ ประกอบด้วย ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเป็นประธาน

                 อธิบดี กรมป่าไม้ ผู้แทนกระทรวงมหาดไทย ผู้แทนกรมที่ดิน และกรรมการอื่นไม่เกินสิบเอ็ดคนซึ่ง

                 คณะรัฐมนตรีแต่งตั้งท�าหน้าที่ในการให้ค�าปรึกษาต่อรัฐมนตรีในการก�าหนดเขตที่ดินให้เป็นอุทยานแห่งชาติ
                 การขยายหรือการเพิกถอน การคุ้มครองและดูแลรักษาอุทยานแห่งชาติ ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่รัฐมนตรี

                 ปรึกษา


                       (๓) ก�รกำ�หนดเขตอุทย�นแห่งช�ติ เมื่อรัฐบาลเห็นสมควรก�าหนดบริเวณที่ดินแห่งใดที่มี
                 สภาพธรรมชาติเป็นที่น่าสนใจ ให้คงอยู่ในสภาพธรรมชาติเดิมเพื่อสงวนไว้ให้เป็นประโยชน์แก่การศึกษา

                 และรื่นรมย์ของประชาชน รัฐบาลอาจก�าหนดให้บริเวณนั้นเป็น “อุทยานแห่งชาติ” ได้ โดยการก�าหนด

                 เขตอุทยานแห่งชาติจะต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกาและมีแผนที่แสดงแนวเขตแห่งบริเวณที่ก�าหนด

                 แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาด้วย ที่ดินที่จะก�าหนดเป็นบริเวณอุทยานแห่งชาติต้องเป็นที่ดินที่มิได้อยู่ใน

                 กรรมสิทธิ์หรือครอบครองโดยชอบด้วยกฎหมายของบุคคลใดซึ่งมิใช่ทบวงการเมือง กฎหมายยังก�าหนด
                 ให้มีหลักเขตและป้ายหรือเครื่องหมายอื่นแสดงเขตอุทยานแห่งชาติไว้ตามสมควร เพื่อให้ประชาชน

                 เห็นได้ว่าเป็นเขตอุทยานแห่งชาติ รวมทั้งก�าหนดวิธีการขยายหรือเพิกถอนเขตอุทยานแห่งชาติให้

                 ต้องออกเป็นพระราชกฤษฎีกา


                       (๔)   กิจกรรมที่ห้�มกระทำ�ในเขตอุทย�นแห่งช�ติ ในการคุ้มครองดูแลอุทยานแห่งชาติ กฎหมาย
                 ได้ก�าหนดข้อห้ามการกระท�ากิจกรรมบางอย่างในเขตอุทยานแห่งชาติ เช่น ห้ามมิให้บุคคลใดยึดถือ

                 ครอบครองที่ดิน รวมตลอดถึงก่นสร้าง แผ้วถางหรือเผาป่า ท�าด้วยประการใดๆ ให้เป็นอันตรายหรือท�าให้

                 เสื่อมสภาพแก่ดิน หิน กรวด หรือทราย เปลี่ยนแปลงทางน�้า หรือท�าให้น�้าในล�าน�้า ล�าห้วย หนอง บึง




                                                                การมีส่วนร่วมของประชาชนในการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ  ๕๙
   55   56   57   58   59   60   61   62   63   64   65