Page 53 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 53

ราชอาณาจักร ไม้ไผ่ทุกชนิด ปาล์ม หวาย ตลอดจนราก ปุ่ม ตอ เศษ ปลาย และกิ่งของสิ่งนั้นๆ ไม่ว่าจะ

               ถูกตัด ถอน เลื่อย ผ่า ถาก ขุด หรือกระท�าโดยประการอื่นใด โดยกฎหมายก�าหนดว่า ไม้หวงห้าม

               มีสองประเภท คือ ประเภท ก. ไม้หวงห้ามธรรมดา ได้แก่ ไม้ซึ่งการท�าไม้จะต้องได้รับอนุญาตจากพนักงาน

               เจ้าหน้าที่หรือได้รับสัมปทาน และประเภท ข. ไม้หวงห้ามพิเศษ ได้แก่ ไม้หายากหรือไม้ที่ควรสงวน
               ซึ่งไม่อนุญาตให้ท�าไม้ เว้นแต่รัฐมนตรีจะได้อนุญาตในกรณีพิเศษ


                       ไม้สักและไม้ยางทั่วไปในราชอาณาจักรไม่ว่าจะขึ้นอยู่ที่ใดเป็นไม้หวงห้ามประเภท ก. ไม้ชนิดอื่น

               ในป่าจะให้เป็นไม้หวงห้ามประเภทใดให้ก�าหนดโดยพระราชกฤษฎีกา


                     (๒) ก�รกำ�หนดอัตร�ค่�ภ�คหลวง

                     รัฐมนตรีมีอ�านาจก�าหนดอัตราค่าภาคหลวงโดยประกาศในราชกิจจานุเบกษา


                     (๓) ก�รอนุญ�ต


                     กฎหมายก�าหนดว่า การท�าไม้หวงห้ามนั้นให้ท�าได้ในสองรูปแบบ คือ ได้รับอนุญาตจากพนักงาน

               เจ้าหน้าที่หรือได้รับสัมปทาน และต้องปฏิบัติตามข้อก�าหนดในกฎกระทรวงหรือในการอนุญาต โดยการ

               อนุญาตนั้น พนักงานเจ้าหน้าที่เมื่อได้รับอนุมัติจากรัฐมนตรีแล้วจะอนุญาตให้ผูกขาดโดยให้ผู้ได้รับอนุญาต

               เสียเงินค่าผูกขาดให้แก่รัฐบาลตามจ�านวนที่รัฐมนตรีก�าหนดก็ได้

                     การอนุญาตโดยวิธีผูกขาดหรือให้สัมปทานส�าหรับการท�าไม้ฟืนหรือไม้เผาถ่าน ไม่ว่าโดยทางตรง

               หรือทางอ้อม ให้กระท�าได้เฉพาะในเขตป่าที่ห่างไกลและกันดาร หรือเฉพาะการท�าไม้ชนิดที่มีค่าหรือหายาก


                     ผู้ได้รับอนุญาตหรือรับสัมปทานต้องช�าระค่าตีตราคัดเลือกไม้เพื่อตัดฟันและค่าภาคหลวงให้กับรัฐ

               จึงจะสามารถท�าไม้ได้ภายใต้เงื่อนไขการอนุญาต การเก็บหาของป่าก็เช่นเดียวกัน


                     อย่างไรก็ตาม ในช่วงระหว่างปี พ.ศ.๒๕๑๕-๒๕๑๖ ได้มีการอนุญาตให้ท�าไม้สักและไม้กระยาเลย
               ในป่าโดยให้สัมปทานในระยะยาวมีก�าหนด ๓๐ ปี จ�านวน ๓๐๑ ป่า โดยรัฐบาลจะมีรายได้จากการจัด

               เก็บค่าตีตราคัดเลือกไม้เพื่อให้ผู้รับสัมปทานตัดฟันและค่าภาคหลวง ต่อมาเกิดอุทกภัย  ครั้งร้ายแรง

               ในท้องที่บ้านกระทูน อ�าเภอพิปูน จังหวัดนครศรีธรรมราช เมื่อปลายเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.๒๕๓๑

               ประชาชนและสื่อมวลชนได้เรียกร้องให้ยกเลิกสัมปทานท�าไม้ รัฐบาลในขณะนั้นซึ่งมีพลเอกชาติชาย

               ชุณหะวัณ เป็นนายกรัฐมนตรี จึงได้ออกพระราชก�าหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติป่าไม้ พุทธศักราช

               ๒๔๘๔ พ.ศ.๒๕๓๒ ยกเลิกสัมปทานท�าไม้ทั้งหมด โดยมีเหตุผลว่าสภาพป่าไม้ของประเทศถูกท�าลายจน

               ท�าให้สภาพแวดล้อมตามธรรมชาติขาดความสมดุลอันจะยังผลให้เกิดภัยพิบัติสาธารณะดังเช่นที่เกิดขึ้น

               ในจังหวัดภาคใต้เมื่อเดือนพฤศจิกายน ๒๕๓๑ และอาจเกิดขึ้นอีกได้ จึงจ�าเป็นต้องระงับยับยั้งมิให้มี

               การท�าไม้ออกจากป่าและเร่งรัดฟื้นฟูสภาพป่าขึ้นโดยเร็วและรัฐสภาก็ให้ความเห็นชอบโดยอนุมัติให้ใช้




        ๕๒     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
   48   49   50   51   52   53   54   55   56   57   58