Page 37 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 37
มีแนวคิดที่จะตั้งคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ และรวมบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดที่ดินไว้
ในกฎหมายเดียวกัน จึงอาจแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน หมวด ๒ การจัดที่ดินเพื่อประชาชน โดยปรับ
บทบาทของคณะกรรมการจัดที่ดินแห่งชาติ และน�าบทบัญญัติเกี่ยวกับการจัดที่ดินไปรวมเป็นกฎหมาย
ฉบับใหม่
(กรมที่ดิน, ๒๕๕๓/ศูนย์ศึกษานโยบายที่ดิน คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ๒๕๕๗)
กรมส่งเสริมสหกรณ์ และกรมพัฒน�สังคมและสวัสดิก�ร : พระร�ชบัญญัติ
๒.๑.๒ จัดที่ดินเพื่อก�รครองชีพ พ.ศ.๒๕๑๑
คว�มเป็นม�
เป็นมาตรการช่วยเหลือจากรัฐให้ประชาชนมีที่ดินท�ากิน มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง มีที่ตั้งบ้านเรือน
ที่อยู่อาศัย โดยการจัดตั้งเป็นนิคม โดยมีพระราชกฤษฎีกา และมีแผนที่ก�าหนดแนวเขตที่ดิน ที่จัดตั้งเป็น
นิคมนั้นๆ
หลักก�รและส�ระสำ�คัญ
กฎหมายนี้มีสาระส�าคัญให้อ�านาจของรัฐในการจัดที่ดิน โดยน�าที่ดินของรัฐมาจัดให้ประชาชน
เพื่อให้มีที่ตั้งเคหสถาน และประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งในที่ดิน โดยการจัดตั้งเป็นนิคมตามกฎหมาย
ทั้งนี้ การจัดตั้งเป็นนิคมดังกล่าวต้องก�าหนดโดยพระราชกฤษฎีกา และให้มีแผนที่แนวเขตที่ดินของนิคม
แนบท้ายพระราชกฤษฎีกา
ในส่วนของการจัดที่ดินมีอยู่ ๒ ส่วน โดยมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความ
มั่นคงของมนุษย์ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นผู้รักษาการตามพระราชบัญญัติ
ในส่วนที่เกี่ยวกับอ�านาจหน้าที่ของตน โดยกรมพัฒนาสังคมและสวัสดิการ กระทรวงพัฒนาสังคมและ
ความมั่นคงของมนุษย์เป็นผู้ด�าเนินการจัดที่ดิน ในรูปแบบนิคมสร้างตนเอง และกรมส่งเสริมสหกรณ์
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์จัดที่ดินในรูปแบบของนิคมสหกรณ์ โดยทั้งสองหน่วยงานใช้กฎหมายฉบับ
เดียวกัน ทั้งนี้สมาชิกนิคมจะได้รับสิทธิในที่ดินหากท�าประโยชน์ติดต่อกันเกินกว่า ๕ ปี โดยต้องช�าระเงิน
ค่าช่วยทุนและหนี้สินหมดสิ้นแล้ว จึงได้รับหนังสือรับรองการท�าประโยชน์ ซึ่งสามารถน�าไปขอ
เอกสารสิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินได้ โดยที่ดินนั้นห้ามโอนไปยังผู้อื่นในระยะเวลา ๕ ปี นับแต่
วันที่ได้รับเอกสาร นอกจากตกทอดทางมรดกแก่ทายาทโดยธรรม หรือโอนไปยังสหกรณ์ที่ตนเป็น
สมาชิกอยู่ และในก�าหนดเวลาดังกล่าว ที่ดินนั้นไม่อยู่ในการบังคับคดี
โดยมีสาระส�าคัญ ดังนี้
(๑) อ�านาจของรัฐในการจัดที่ดินกฎหมายให้อ�านาจแก่รัฐบาลในการจัดที่ดินของรัฐ เพื่อให้
ประชาชนได้มีที่ตั้งเคหสถานและประกอบอาชีพเป็นหลักแหล่งในที่ดินนั้นโดยการจัดตั้งเป็นนิคมตาม
๓๖ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ

