Page 36 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 36
(๑) ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินส�าหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน (ที่สาธารณประโยชน์)
เช่น หนองน�้า บึง ทุ่งหญ้าเลี้ยงสัตว์ ป่าช้า ยกเว้น ที่สาธารณประโยชน์ซึ่งมีสภาพขอบเขตตามธรรมชาติ
เช่น ล�าน�้า ล�าคลอง ทางบก ทางน�้า ทางระบายน�้า ที่ชายตลิ่ง ล�าราง โดยจะออกในนามกระทรวงมหาดไทย
(๒) ที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินส�าหรับใช้เพื่อประโยชน์ของแผ่นดินโดยเฉพาะ
เช่น ที่ดินที่ใช้ในราชการ ที่ดินสงวนหวงห้าม ที่ดินที่รัฐจัดซื้อ ที่ดินที่มีผู้อุทิศให้รัฐ ที่ดินที่ถูกเวนคืนมาเป็น
ของรัฐ (อ่างเก็บน�้า คลองชลประทาน) เป็นต้น โดยจะออกในนามกระทรวงการคลัง
การออก น.ส.ล. เป็นมาตรการหนึ่งที่จะป้องกันที่ดินอันเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินมิให้
ถูกบุกรุกหรือเสื่อมสภาพ อีกทั้งยังสามารถลดปัญหาการพิพาทโต้แย้งเกี่ยวกับแนวเขตระหว่างรัฐกับ
เอกชน ซึ่งไม่มีแนวเขตที่แน่นอน และยังไม่ได้มีการรังวัดท�าแผนที่ เพื่อแสดงแนวเขตที่ดินของรัฐ
ก�รบังคับใช้กฎหม�ย
ประมวลกฎหมายที่ดินเป็นการรวบรวมบทบัญญัติกฎหมายต่างๆ เกี่ยวกับที่ดินที่ใช้บังคับอยู่ก่อนปี
พ.ศ.๒๔๙๗ เพื่อประมวลไว้ในที่เดียวกันให้เป็นระบบ เพื่อให้สะดวกแก่การบังคับใช้กฎหมายของพนักงาน
เจ้าหน้าที่ และอ�านวยความสะดวกแก่ประชาชนในการขอมีสิทธิในที่ดิน รวมทั้งปัญหาต่างๆ ในการบริหาร
จัดการเกี่ยวกับที่ดิน ได้รวมไว้ในที่เดียวกัน ตั้งแต่สิทธิครอบครอง กรรมสิทธิ์ การจดทะเบียนสิทธิและ
นิติกรรม การโอน การรับสิทธิของคนต่างด้าว การจดทะเบียนสิทธิ และนิติกรรมของนิติบุคคล เป็นต้น
ปัญห�อุปสรรค ข้อจำ�กัดของกฎหม�ย และก�รแก้ไข
ปัญหาในทางปฏิบัติของประมวลกฎหมายที่ดินในปัจจุบัน จะเป็นปัญหาเนื่องมาจากสิทธิตาม
กฎหมายเดิม ต่อเนื่องมายังประมวลกฎหมายที่ดิน เช่น สิทธิครอบครอง (ส.ค.๑) สิทธิตามใบจอง (น.ส.
๒) และสิทธิการครอบครองที่ดินของรัฐมาก่อนประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ รวมทั้งวิธีปฏิบัติในการ
รังวัด การสอบสิทธิที่ปัจจุบันมีเครื่องมือที่ทันสมัยขึ้น จึงอาจต้องปรับปรุงหลักเกณฑ์ให้การได้รับสิทธิ
ตามประมวลกฎหมายที่ดินใหม่ และการรังวัดที่ดินให้รวดเร็ว และครบถ้วนตามหลักเกณฑ์ที่ก�าหนด
ประมวลกฎหมายที่ดินมีบทบัญญัติเกี่ยวกับการได้สิทธิในที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินและการ
จัดที่ดินตามกฎหมายอื่น การขยายเวลาแจ้งการครอบครองที่ดิน ตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติให้ใช้
ประมวลกฎหมายที่ดิน พ.ศ.๒๔๙๗ ท�าให้เกิดช่องว่างของกฎหมาย มีผู้ถือ ส.ค. ๑ จ�านวนมากโดยที่มิได้
มีสิทธิในที่ดินมาก่อนการแก้ไขประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา ๕๘ ทวิ (๓) ให้ผู้ที่ครอบครองท�าประโยชน์
ในที่ดินหลังประมวลกฎหมายที่ดินใช้บังคับ ท�าให้สามารถออกหนังสือแสดงสิทธิในที่ดินให้กับ
ผู้ครอบครองท�าประโยชน์ที่ดินจ�านวนมาก และมีสิทธิดีกว่าผู้ที่ได้รับการจัดที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการ
จัดที่ดินเพื่อการครองชีพและกฎหมายปฏิรูปที่ดิน ซึ่งต้องเสียค่าตอบแทนให้กับรัฐและที่ดินยังถูกห้ามโอน
ท�าให้ประชาชนต้องการได้สิทธิตามประมวลกฎหมายที่ดินเท่านั้น
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการก�าหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ ๓๕

