Page 209 - รายงานการศึกษาวิจัย เรื่อง การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
P. 209

ในเบื้องต้นก่อนที่จะกำาหนดเป็นกฎหมายอย่างละเอียดรอบคอบ หากพบว่ามีประชาชนอยู่ก่อนแล้ว

               และได้ประกาศเป็นกฎหมาย ถือว่าเป็นการละเมิดสิทธิของประชาชน และจะต้องแก้ไขให้ถูกต้องตาม
               ความเป็นจริงให้รวดเร็ว ทั้งนี้ ในการกำาหนดแนวเขตใหม่นี้ จะต้องให้ประชาชนที่มีส่วนได้เสียกับการกำาหนด
               แนวเขตที่ดินของรัฐเข้ามามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนด้วย


                     ๓. ต้องปรับปรุงกฎหมายเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารให้เป็นกฎหมายที่มีลักษณะประสานสัมพันธ์

               ของข้อมูลและข่าวสารให้แก่ประชาชนในทุกระดับให้ทราบโดยทั่วกัน เพื่อประโยชน์ในการที่จะเข้าไป
               มีส่วนร่วม แสดงความคิดเห็น ร่วมทำา ร่วมตรวจสอบ และร่วมรับผิดชอบกับการดำาเนินการของรัฐ

               ได้ทั้งปรับปรุงเรื่องการกระจายอำานาจ โดยให้หน่วยงานกระจายอำานาจให้กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
               และชุมชนให้มากขึ้น จนในที่สุดส่วนกลางก็เป็นเพียงผู้กำาหนดงานด้านวิชาการเท่านั้น ส่วนงานด้าน

               การปฏิบัติจะเป็นขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และชุมชนเป็นหลัก

                     ทั้งนี้ ให้ระบุให้มีการจัดรับฟังความคิดเห็นไว้ในกฎหมายเรื่องการมีส่วนร่วม สำาหรับการกำาหนด

               เขตที่ดินของรัฐ เช่น การออกพระราชกฤษฎีกาในกรณีอุทยานแห่งชาติ หรือกฎกระทรวงในกรณีป่าสงวน

               แห่งชาติ เป็นต้น
                     สำาหรับการปรับปรุงกฎหมายทั้ง ๓ ด้าน คือ ด้านข้อมูลข่าวสาร การมีส่วนร่วม และการกระจายอำานาจ

               ให้เป็นกฎหมายฉบับเดียวกันนั้น เพื่อให้เห็นความสอดคล้องและเชื่อมโยงกันของขั้นตอนทั้ง ๓ ด้าน ว่า

               เชื่อมโยงและสัมพันธ์กัน หากขาดด้านใดด้านหนึ่งไป การมีส่วนร่วมของประชาชนจะไม่ประสบผลสำาเร็จ
                     ๔. ให้ออกกฎหมายให้ชัดเจนว่า การดำาเนินการของรัฐในการให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลข่าวสาร

               การมีส่วนร่วม และการกระจายอำานาจ รวมทั้งการจัดรับฟังความคิดเห็นไว้ในกฎหมายเรื่องการมี

               ส่วนร่วม สำาหรับการกำาหนดเขตที่ดินของรัฐ หากไม่ดำาเนินการถือเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชน และที่สำาคัญ
               ก็คือ ให้บัญญัติไว้ด้วยว่า ผลการดำาเนินการที่ไม่ได้ให้ประชาชนมีส่วนร่วมนั้น ให้ถือว่ากิจกรรมนั้นไม่สมบูรณ์

               ไม่มีผลในทางปฏิบัติ

                     ๕. ให้รัฐจัดตั้งส่วนราชการให้มีหน้าที่ในการจัดทำามาตรฐานระวางแผนที่และแผนที่รูปแปลงที่ดิน
               ของรัฐ โดยเป็นผู้รับผิดชอบในการจัดทำาแผนที่แนบท้ายพระราชกฤษฎีกาหรือกฎกระทรวงเพื่อออกเป็น

               กฎหมาย และทำางานแทนสำานักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาในส่วนของแผนที่แนบท้าย สำาหรับในเรื่อง
               การยกร่างข้อความและการตรวจสอบข้อความและรูปแบบของกฤษฎีกา หรือกฎกระทรวง สำานักงาน

               คณะกรรมการกฤษฎีกาก็ยังคงมีอำานาจเช่นเดิม ซึ่งจะย่นระยะเวลาในการทำาแผนที่แนบท้ายได้มาก
               นอกจากนั้นมีความถูกต้องและสามารถตรวจสอบการมีส่วนร่วมว่าได้ผ่านขั้นตอนการมีส่วนร่วมจาก

               ประชาชนมาครบถ้วนสมบูรณ์หรือไม่ เมื่อใด

                     ๖. นอกจากจะปรับปรุงกฎหมายการมีส่วนร่วม ให้รวมกับเรื่องข้อมูลข่าวสาร และการกระจายอำานาจ

               ไว้ในกฎหมายการมีส่วนร่วมแล้ว รัฐควรตั้งสำานักงานการมีส่วนร่วมขึ้น โดยให้เป็นส่วนราชการมีฐานะ
               เป็นกรม เพื่อดูแลกฎหมายฉบับนี้ และเป็นการส่งเสริม กำากับและติดตาม ทั้งทำางานวิชาการและ

               ปฏิบัติงานโดยให้การมีส่วนร่วมเข้าถึงชีวิตจิตใจของประชาชนชาวไทย อันจะเป็นการเชิดชูเรื่อง
               สิทธิมนุษยชนและความเป็นประชาธิปไตยของประเทศ




       208     การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำาหนดแนวเขตที่ดินของรัฐ
   204   205   206   207   208   209   210   211   212   213   214